กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.สุรพันธ์ มั่นคงดี, พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ ปันไชย รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ., พ.ต.ท.เสรี บุญยะรัตน์, พ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.4 บก.ปพ. เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปพ.
ร่วมกันจับกุม นายเอ (นามสมมติ) หรือต๊ะ อายุ 35 ปี ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน

“เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใดฯ” ตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 621/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2568
สถานที่จับกุม บริเวณสถานีรถไฟดอนเมือง ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสนามบิน เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร
พฤติการณ์ สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2568 ผู้เสียหายได้มาพบพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรขนอม เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายเอ (นามสมมติ) ที่ได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงิน โดยผู้เสียหายได้พบเพจเฟซบุ๊กมีการลงโพสต์โฆษณาผ่านรูปแบบสาธารณะให้ประมูลเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปทำการประมูล

ผู้เสียหายได้ทำการประมูลในราคา 46,000 บาท จากนั้นเฟซบุ๊กดังกล่าวได้ติดต่อผ่านกล่องข้อความเมสเซนเจอร์มาหาผู้เสียหายและแจ้งว่าชนะการประมูล โดยได้ให้หมายเลขบัญชีธนาคาร ชื่อบัญชี นายเอ (นามสมมติ) ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินเข้าไปยังบัญชีธนาคารที่คนร้ายให้ไว้
เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 จำนวนเงินประมาณ 50,000 บาท หลังโอนเงินแล้ว คนร้ายยังพยายามให้โอนเงินเพิ่มอีก แต่ผู้เสียหายไม่ได้โอนเงินเพิ่ม ต่อมาคนร้ายได้ทำการบล็อกเฟซบุ๊กผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงทราบว่าถูกหลอกและได้แจ้งความร้องทุกข์

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินจากผู้เสียหายได้โอนเข้าบัญชีธนาคารของ นายเอ (นามสมมติ) จริง และเมื่อรับโอนเงินแล้ว ได้มีการโอนเงินต่อไปยังทรูมันนี่วอลเล็ททันที อีกทั้งผู้ต้องหาเพิ่งเปิดบัญชีธนาคารเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ก่อนเกิดเหตุไม่นาน จึงมีลักษณะผิดปกติ
พนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา แต่ไม่พบตัว โดยพบว่าที่อยู่ตามทะเบียนเป็นบ้านเช่า และไม่มีผู้ใดทราบว่าผู้ต้องหาเป็นใคร เชื่อว่าผู้ต้องหาไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงขอศาลออกหมายจับ
ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายเอ (นามสมมติ) หลบหนีอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และจะเดินทางเข้ามาในกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงติดตามสืบสวนกระทั่งพบตัวบริเวณย่านดอนเมือง
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัว พร้อมแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อตรวจสอบ พบว่าบุคคลดังกล่าวคือ นายเอ (นามสมมติ) ซึ่งมีชื่อและตำหนิรูปพรรณตรงกับหมายจับ สอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวมายัง บก.ปพ. เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ขนอม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่า ตนเคยสมัครสมาชิกแอปพลิเคชันธนาคารหนึ่งผ่านโฆษณาในมือถือ ซึ่งดูมีความน่าเชื่อถือ จึงฝากเงินไว้ในแอปดังกล่าว ต่อมาเมื่อเข้าไปตรวจสอบพบว่าเงินในแอปเป็นศูนย์ และไม่สามารถติดต่อแอปได้ แต่ไม่ได้แจ้งความ
ภายหลังไปตรวจสอบกับธนาคาร จึงทราบว่ามีคนร้ายนำบัญชีธนาคารของตนไปใช้ และต่อมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตามหมายจับ
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา