กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. นำโดย ว่าที่ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป. เข้าจับกุม น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ในข้อหา สนับสนุนฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น, สนับสนุนโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบียนหรือปลอม และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณหน้าห้องเช่าแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.4 ต.ท่าทราย อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ป. ได้สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีร่วมกันจัดหาบัญชีม้า ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายแก๊งหลอกลวงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายแก่ประชาชนจำนวนมาก
จากการตรวจสอบพบว่า บัญชีธนาคารของ น.ส.บี ถูกนำไปใช้เป็นบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายในคดีลักษณะเดียวกันมากกว่า 39 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 7 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงเร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหา กระทั่งทราบว่า น.ส.กานดาฯ พักอาศัยอยู่กับสามีและบุตรในห้องเช่าดังกล่าว
เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบหญิงสาวมีลักษณะตรงตามตำหนิรูปพรรณยืนอยู่หน้าบ้านพัก จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน

จากการสอบสวน น.ส.บี ให้การว่า เมื่อประมาณปี 2567 ตนเห็นประกาศรับสมัครงานแอดมินรายได้ดีผ่านเพจหางาน และถูกชักชวนให้ไปทำงานที่จังหวัดสระแก้ว แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกพาข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศกัมพูชา จากนั้นถูกยึดโทรศัพท์มือถือ บัตรประชาชน และสมุดบัญชีธนาคาร พร้อมถูกบังคับให้สแกนใบหน้าหลายครั้ง ผู้ที่ขัดขืนจะถูกทำร้ายร่างกาย
ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ถูกบังคับให้ทำหน้าที่เป็นแอดมิน คอยโพสต์ลิงก์หลอกหาผู้ร่วมงาน และจัดหาบัญชีม้าส่งให้เครือข่ายฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยทำงานอยู่ประมาณ 5 วัน ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทยโดยไม่ได้รับค่าจ้างแต่อย่างใด เมื่อกลับมาพบว่าบัญชีธนาคารของตนถูกอายัด จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว น.ส.บี มาบันทึกการจับกุมที่กองบังคับการปราบปราม ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองร้อยเอ็ด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป