นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก หมอเจด ระบุว่า วันนี้มีเคสหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังครับ เป็นผู้หญิงอายุ 42 ปี มาปรึกษาด้วยอาการเลือดออกกะปริบกะปรอยเป็นๆ หายๆ นอกช่วงประจำเดือน บางเดือนมามาก บางเดือนมานิดเดียว บางครั้งมาหลังมีเพศสัมพันธ์ เจ้าตัวคิดว่าเป็น ฮอร์โมนเริ่มเปลี่ยน ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน (Perimenopause) เลยไม่ได้กังวลมากนัก คิดว่าเดี๋ยวก็หายเอง
ช่วงแรกไม่ได้ปวดท้องรุนแรง ไม่มีไข้ ไม่มีอาการอื่นชัดเจน แค่รู้สึกเพลียง่าย ซีดง่าย เหนื่อยง่ายบ้าง แต่ก็โทษว่าเป็นเพราะงานหนัก พักผ่อนน้อย จนเวลาผ่านไปหลายเดือน เลือดยังออกผิดปกติเรื่อยๆ เริ่มมีอาการแน่นท้องน้อย ปวดหน่วงๆ และเริ่มอ่อนเพลียผิดปกติ ถึงตัดสินใจมาตรวจอย่างจริงจัง
ผลตรวจอัลตราซาวด์ + ตรวจภายใน + ตัดชิ้นเนื้อ กลายเป็นข่าวร้ายครับ พบมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก (มะเร็งมดลูกระยะเริ่มต้น) ที่น่าตกใจคือ คนไข้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงชัดเจน ไม่ได้อ้วนมาก ไม่ได้เป็นเบาหวานชัด ไม่ได้ใช้ฮอร์โมนเสริม แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่คือ สัญญาณเตือนเล็กๆ ที่ถูกมองข้ามมานาน มาดูกันว่ามีอะไรบ้าง
1 เลือดออกผิดปกติ แต่คิดว่าเป็นฮอร์โมนวัย 40+ ผู้หญิงวัย 40+ หลายคนเข้าใจว่า รอบเดือนแปรปรวน = เรื่องปกติของวัยใกล้หมดประจำเดือน แต่ความจริงคือ เลือดออกนอกประจำเดือน เลือดออกหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเลือดออกถี่ผิดปกติ ไม่ควรถูกเหมารวมว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะมะเร็งมดลูกระยะต้นมักเริ่มจากอาการแบบนี้ และ “ไม่เจ็บ” ทำให้คนชะล่าใจ
2.ซีด เหนื่อยง่าย แต่คิดว่าเป็นแค่พักผ่อนไม่พอ การเสียเลือดเรื้อรังทีละน้อยจากมดลูกที่ผิดปกติ ทำให้ร่างกายขาดธาตุเหล็กแบบเงียบ ๆ เลือดจางโดยไม่รู้ตัว อาการที่พบบ่อยคือ เหนื่อยง่าย ใจสั่น เวียนหัว หน้ามืด มือเท้าเย็น ผิวซีด สมาธิลดลง หลายคนโฟกัสว่าเป็นเพราะงานหนัก เครียด นอนน้อย ทั้งที่จริงร่างกายกำลังเสียเลือดสะสมต่อเนื่องจากความผิดปกติในโพรงมดลูก ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรถูกมองข้าม
3.ประจำเดือนมามากผิดปกติ แต่ชินไปแล้ว บางเดือนเลือดออกมากเป็นพิเศษ ต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อย เลือดเป็นลิ่มใหญ่ มานานเกิน 7 วัน หรือมีเลือดซึมยาวหลายวันติดต่อกัน แต่หลายคนคิดว่าเป็น “ฮอร์โมนวัย 40+” เลยปล่อยผ่าน ความจริงรูปแบบการมีประจำเดือนที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เป็นหนึ่งในสัญญาณคลาสสิกของความผิดปกติในโพรงมดลูก ตั้งแต่เยื่อบุหนาตัวผิดปกติ ไปจนถึงระยะเริ่มต้นของมะเร็งมดลูกได้เลย
4.ปวดหน่วงท้องน้อยเป็น ๆ หาย ๆ อาการปวดไม่รุนแรง ไม่บิด ไม่ปวดเฉียบพลัน แค่หน่วง ๆ แน่น ๆ ตื้อ ๆ ทำให้หลายคนไม่คิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่จริง ๆ แล้วมะเร็งมดลูกระยะต้นมักเริ่มจากอาการลักษณะนี้ เพราะมีการเปลี่ยนแปลงของเยื่อบุโพรงมดลูกและการอักเสบเรื้อรัง อาการจึงมาแบบเบา ๆ แต่ต่อเนื่อง และค่อย ๆ รบกวนชีวิตประจำวันโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวว่ากำลังมีพยาธิสภาพซ่อนอยู่ครับ
1.ดูแลตัวเองไม่ให้เสี่ยงมะเร็งปากมดลูกได้ แค่ทำตามนี้
2.ตรวจภายในและคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสม่ำเสมอ (Pap smear / HPV test) แม้ไม่มีอาการ
3.ฉีดวัคซีน HPV แม้อายุเกิน 30 ก็ยังได้ประโยชน์
4.ใช้ถุงยางอนามัยลดการติดเชื้อ HPV
5.หลีกเลี่ยงการมีคู่นอนหลายคน
6.ไม่สูบบุหรี่เพราะบุหรี่ทำให้ภูมิคุ้มกันเยื่อบุปากมดลูกแย่ลง
7.เสริมภูมิด้วยอาหารต้านอักเสบ
8.นอนพอ ลดเครียด เพราะภูมิที่ดีช่วยกำจัดเชื้อไวรัสได้ดีขึ้น
ผู้หญิงวัย 40+ ถ้ามีเลือดออกผิดปกติ ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของวัยใกล้หมดประจำเดือนเสมอไปครับ เพราะหลายกรณีเป็นสัญญาณเริ่มต้นของความผิดปกติในโพรงมดลูก ไปจนถึงมะเร็งมดลูกระยะต้นที่ยังไม่มีอาการรุนแรง
เช่น เลือดออกนอกประจำเดือน ประจำเดือนมามากผิดปกติ ซีด เหนื่อยง่าย ปวดหน่วงท้องน้อย ล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรชะล่าใจ การตรวจภายใน อัลตราซาวด์ และคัดกรองอย่างสม่ำเสมอคือกุญแจสำคัญ เพราะมะเร็งมดลูกถ้าตรวจเจอเร็ว รักษาได้ดี โอกาสหายขาดสูง และป้องกันการสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นในชีวิตได้จริงครับ