วันที่ 11 มกราคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศ BBC รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ อนุมัติคำสั่งเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในประเทศซีเรีย เพื่อตอบโต้เหตุซุ่มโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียชีวิตเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยย้ำชัดว่าภารกิจดังกล่าวเป็นการ ประกาศชำระแค้น ไม่ใช่การเริ่มต้นสงครามครั้งใหม่
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซนต์คอม (CENTCOM) แถลงยืนยันว่า กองทัพสหรัฐฯ ร่วมกับกองกำลังพันธมิตร ได้เปิดฉากโจมตีเป้าหมายของกลุ่มรัฐอิสลาม (IS) หลายจุดในซีเรีย ภายใต้ปฏิบัติการที่ใช้ชื่อว่า ฮอว์กอาย สไตรค์ (Hawkeye Strike)
รายงานของบีบีซีระบุว่า ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา ภายใต้คำสั่งโดยตรงของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อตอบโต้เหตุการณ์ที่กลุ่ม IS ซุ่มโจมตีกองกำลังสหรัฐฯ ในพื้นที่ซีเรีย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ 2 นาย และล่ามพลเรือนชาวอเมริกัน 1 คนเสียชีวิต
เซนต์คอมระบุว่า การโจมตีครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อปราบปรามเครือข่ายก่อการร้าย และเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับกองกำลังสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาค พร้อมส่งสารเตือนอย่างแข็งกร้าวผ่านแถลงการณ์บนแพลตฟอร์ม X ว่า
หากคุณทำอันตรายต่อนักรบของเรา เราจะตามล่าและสังหารคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ใดในโลก และไม่ว่าคุณจะพยายามหลบหนีความยุติธรรมมากเพียงใดก็ตาม
เจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งเปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ สหรัฐฯ และพันธมิตรได้ระดมอากาศยานมากกว่า 20 ลำ และยิงขีปนาวุธนำวิถีความแม่นยำสูงกว่า 90 ลูก ใส่เป้าหมายของกลุ่ม IS อย่างน้อย 35 แห่ง
อากาศยานที่ถูกนำมาใช้ในภารกิจประกอบด้วย เครื่องบินขับไล่ F-15E เครื่องบินโจมตี A-10 เครื่องบินลำเลียงติดอาวุธหนัก AC-130J โดรนโจมตี MQ-9 รวมถึงเครื่องบินขับไล่ F-16 ของกองทัพอากาศจอร์แดน อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยพิกัดที่แน่ชัดของเป้าหมาย และจำนวนผู้เสียชีวิตของฝ่ายกลุ่มก่อการร้าย
ด้านนายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ระบุว่า เราจะไม่ลืม และจะไม่ลดละ พร้อมย้ำถึงจุดยืนของรัฐบาลสหรัฐในการตอบโต้ภัยคุกคามต่อกำลังพลของตน
รายงานระบุว่า รัฐบาลทรัมป์เริ่มปฏิบัติการ ฮอว์กอาย สไตรค์ ครั้งแรกตั้งแต่เดือนธันวาคม หลังเกิดเหตุซุ่มโจมตีในเมืองพัลไมรา ภาคกลางของซีเรีย โดยเฮกเซธเคยกล่าวในขณะประกาศปฏิบัติการว่า นี่ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของสงคราม แต่เป็นการประกาศการล้างแค้น และย้ำว่าสหรัฐจะไม่ลังเลในการปกป้องประชาชนและทหารของตน
ก่อนหน้านี้ เซนต์คอมรายงานว่า เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2568 กองกำลังสหรัฐฯ และจอร์แดน ได้เปิดการโจมตีครั้งใหญ่ ใช้เครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์โจมตี และปืนใหญ่ ถล่มเป้าหมายของกลุ่ม IS กว่า 70 แห่ง ในภาคกลางของซีเรีย โดยใช้ขีปนาวุธความแม่นยำสูงมากกว่า 100 ลูก ทำลายโครงสร้างพื้นฐานและคลังอาวุธจำนวนมาก
ขณะที่ระหว่างวันที่ 20-29 ธันวาคมที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐสามารถสังหารหรือจับกุมสมาชิกกลุ่ม IS ได้เกือบ 25 คน จากปฏิบัติการทางทหาร 11 ครั้ง
สถานการณ์ในซีเรียยังคงเปราะบาง นับตั้งแต่ระบอบการปกครองของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ล่มสลายลงเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ซึ่งถือเป็นการสิ้นสุดสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 13 ปี ปัจจุบัน อาห์เหม็ด อัล-ชารา หรือที่รู้จักในชื่อ อาบู โมฮัมเหม็ด อัล-จูลานี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หลังกลุ่มกบฏเข้าควบคุมอำนาจ
แม้กลุ่มรัฐอิสลามในซีเรียจะอ่อนกำลังลงอย่างมาก แต่รายงานระบุว่ายังคงมีความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะการโจมตีกองกำลังชาวคุร์ดในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตลอดปี 2568
ชมคลิป