รู้แล้วปมเดือด! เผยชนวนเหตุ ด.ต.เมากร่าง รุมตื้บคอมมานโดจนเบ้าตาแตก
รู้แล้วปมเดือด! เผยชนวนเหตุ ด.ต.เมากร่าง รุมตื้บคอมมานโดจนเบ้าตาแตก
ข่าวสังคม - โซเชียล

รู้แล้วปมเดือด! เผยชนวนเหตุ ด.ต.เมากร่าง รุมตื้บคอมมานโดจนเบ้าตาแตก

ฟังข่าวนี้

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดี ด.ต.สถาพร (ขอสงวนนามสกุล) ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ปากเกร็ด พร้อมพวกรุมทำร้ายร่างกาย ส.ต.อ. สังกัดตำรวจคอมมานโด ภายในร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง จนได้รับบาดเจ็บมีเส้นเลือดฝอยในตาแตก ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

พล.ต.ต.ธรรมนูญ เปิดเผยถึงสาเหตุของเหตุการณ์ดังกล่าวว่า จากการสอบถามผู้บังคับบัญชาของ ด.ต.สถาพร ทราบว่า ต้นเหตุเกิดจากความเข้าใจผิด โดย ด.ต.สถาพร เข้าใจว่า ส.ต.อ. คู่กรณีแอบอ้างตัวว่าเป็นข้าราชการตำรวจสังกัดหน่วยคอมมานโด จึงเกิดการโต้เถียงและบานปลายเป็นเหตุทำร้ายร่างกาย ประกอบกับผู้ก่อเหตุมีอาการมึนเมาจากฤทธิ์สุรา

อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.ธรรมนูญ ระบุว่า ไม่ต้องการให้สังคมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานตำรวจ เนื่องจากเป็นเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ยอมรับว่าผู้ก่อเหตุใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการตำรวจหรือประชาชนก็ตาม

สำหรับการดำเนินคดี ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้ดำเนินการตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน โดยยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือผู้ก่อเหตุ เนื่องจากมีภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ไว้อย่างชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างรอใบรับรองแพทย์เพื่อยืนยันอาการบาดเจ็บ ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งฟ้องศาลตามขั้นตอน

ขณะเดียวกัน สภ.ปากเกร็ด ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมเตรียมดำเนินการย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องไปประจำที่ ศปก.ภ.จว.นนทบุรี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและป้องกันข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรมในการตรวจสอบคดี

พล.ต.ต.ธรรมนูญ ยังได้สั่งการไปยังทุกสถานีตำรวจให้กำชับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการวางตัวและการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันขึ้นอีก พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาดูแลความประพฤติของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

ส่วนผู้ที่ร่วมก่อเหตุรายอื่น เป็นประชาชนที่ติดตามเจ้าหน้าที่ตำรวจไปด้วย โดยหลังเห็นเจ้านายถูกต่อยจึงเกิดอารมณ์ร่วมและเข้าไปร่วมทำร้ายร่างกาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะพิจารณาดำเนินคดีตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ปรากฏ

สำหรับอาการของตำรวจคอมมานโดผู้เสียหาย เบื้องต้นได้รับบาดเจ็บบริเวณดวงตาและมีเส้นเลือดฝอยแตก ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลตรวจจากแพทย์ โดยคดีอาญาเข้าข่ายความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย นอกจากนี้ ผู้ก่อเหตุยังอาจมีความผิดทางวินัยร้ายแรง ซึ่งมีโทษตั้งแต่ปลดออกไปจนถึงไล่ออกจากราชการ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ