วันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 มีรายงานว่า ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับใหม่ เสนอปรับปรุงสิทธิประโยชน์ผู้ประกันตนหลายด้าน ทั้งขยายอายุผู้ประกันตนจากเดิม 60 ปี เป็นไม่เกิน 65 ปี เพิ่มเงินทดแทนกรณีทุพพลภาพจาก 50% เป็นไม่เกิน 70% ของค่าจ้าง พร้อมเปิดทางให้ผู้ประกันตนเลือกใช้เงินชราภาพได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอขยายสิทธิเงินสงเคราะห์บุตรหลังออกจากงาน เพิ่มเงินสงเคราะห์กรณีคลอดบุตร และให้ผู้รับบำนาญชราภาพสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังเป็นเพียงร่างกฎหมายที่ต้องผ่านขั้นตอนพิจารณาของรัฐสภาก่อน
ล่าสุดร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ เพื่อแก้ไข พ.ร.บ. ประกันสังคม พ.ศ. 2533 ให้เท่าทันบริบทสังคมและยกระดับการคุ้มครองแรงงาน มาดูว่ามีการปรับสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง และผู้ประกันตนจะได้รับผลอย่างไรบ้าง
เช็กสิทธิประโยชน์ประกันสังคมฉบับใหม่ ปรับอะไรบ้าง ผู้ประกันตนได้สิทธิอะไรเพิ่มขึ้น
1. ขยายเพดานอายุ ประกันสังคม ม.33 สู่สังคมสูงวัย
ปรับเกณฑ์อายุขั้นสูงของลูกจ้างผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (ม.33) จากเดิมไม่เกิน 60 ปี ขยายเป็นไม่เกิน 65 ปีบริบูรณ์ เพื่อรองรับการจ้างงานผู้สูงอายุในตลาดแรงงาน
2. อัปเกรดเงินชดเชยและสวัสดิการครอบครัว
เงินสงเคราะห์บุตร: คุ้มครองต่อเนื่องอีก 6 เดือน หลังพ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน
เงินคลอดบุตร: ปรับเพิ่มเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตรให้สอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน
เงินทดแทนกรณีทุพพลภาพ: ปรับเพิ่มเงินชดเชยการขาดรายได้ (กรณีไม่ได้มาจากการทำงาน) เป็นไม่เกิน 70% ของค่าจ้าง (จากเดิม 50%)
3. ปลดล็อกเงินชราภาพ "เลือกบำเหน็จ-บำนาญ / ค้ำประกันเงินกู้"
ส่งสมทบครบ 180 เดือน: เมื่ออายุครบ 55 ปี หรือสิ้นสุดการเป็นผู้ประกันตน สามารถเลือกได้ว่าจะรับเงินบำนาญชราภาพ หรือบำเหน็จชราภาพ
ส่งสมทบไม่น้อยกว่า 60 เดือน:
สามารถขอรับเงินชราภาพบางส่วนออกมาก่อนอายุ 55 ปีได้ หากเกิดภัยพิบัติร้ายแรง
สามารถนำเงินชราภาพบางส่วนไปใช้เป็นหลักประกันเงินกู้กับสถาบันการเงินที่ร่วมโครงการ วงเงินไม่เกิน 30% ของเงินชราภาพ และไม่เกิน 2 เท่าของฐานค่าจ้างขั้นสูง
4. ทางเลือกใหม่หลังเกษียณ และการปรับปรุงข้อกฎหมาย
ผู้รับบำนาญชราภาพที่ออกจากงาน: หากยังต้องการสิทธิรักษาพยาบาล สามารถสมัครเป็นผู้ประกันตนต่อได้ โดยรัฐบาลร่วมสมทบ 1 ส่วน และผู้ประกันตนสมทบ 2 ส่วน (ครอบคลุมกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ และเสียชีวิต)
ปรับปรุงโทษนายจ้าง: กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (เช่น ส่งแบบล่าช้า) เปลี่ยนจากโทษทางอาญาเป็นการ "ปรับเป็นพินัย" ตามกฎหมายปรับเป็นพินัย พ.ศ. 2565
สำหรับขั้นตอนถัดไป ครม. รับทราบแผนการจัดทำกฎหมายลำดับรอง 18 ฉบับ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ โดยขณะนี้เตรียมส่งร่าง พ.ร.บ. ให้คณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (ปสส.) พิจารณาก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ