จากกรณี พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ และอ่อนเพลียอย่างมาก จนคาดว่าความดันโลหิตต่ำ ก่อนลูกศิษย์ผู้ดูแลใกล้ชิดจะประสานขอความช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เมื่อคืนวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 15 สิงหาคม ขณะที่พระครูอดุลสารนิเทศอยู่ภายในวัดป่าอดุลยาราม ก่อนมีอาการหน้ามืดและเวียนศีรษะอย่างรุนแรง ลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดจึงรีบโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือจากสายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือและนำตัวเจ้าอาวาสส่งโรงพยาบาลศรีนครินทร์
หลังเดินทางถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ตรวจประเมินอาการและให้พระครูอดุลสารนิเทศนอนพักเพื่อเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยมีการใส่ท่อช่วยหายใจและให้น้ำเกลือ ขณะที่เบื้องต้นมีการประเมินว่าอาการอ่อนเพลียและความดันโลหิตต่ำอาจเกี่ยวข้องกับการฟอกไต ประกอบกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ต่อมาเวลาประมาณ 00.30 น. วันที่ 16 สิงหาคม พระครูอดุลสารนิเทศได้รับการดูแลจากทีมแพทย์ ก่อนสามารถเดินทางกลับมายังวัดป่าอดุลยาราม และกลับมาจำวัดได้ตามปกติ โดยล่าสุดลูกศิษย์ผู้ดูแลใกล้ชิดยืนยันว่า เจ้าอาวาสกลับมาพักอยู่ที่วัดเรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ลูกศิษย์ผู้ดูแลใกล้ชิดเปิดเผยว่า นอกจากปัญหาด้านสุขภาพแล้ว ช่วงที่ผ่านมา พระครูอดุลสารนิเทศยังมีความเครียดจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรอบวัด โดยเฉพาะประเด็นคดีพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม รวมถึงกรณีที่มีบุคคลนำสภาพภายในวัดไปพูดถึงว่า วัดรก วัดเก่า ทั้งที่สภาพดังกล่าวเป็นสิ่งที่มีมานานแล้ว
ลูกศิษย์ระบุว่า พระครูอดุลสารนิเทศต้องการให้ปัญหาข้อพิพาทเรื่องที่ดินมีความชัดเจนและได้ข้อยุติเสียก่อน จึงจะสามารถเดินหน้าพิจารณาเรื่องการพัฒนาหรือปรับปรุงพื้นที่ภายในวัดได้อย่างเหมาะสม โดยสถานการณ์ดังกล่าวยังเป็นอีกประเด็นที่ทำให้เจ้าอาวาสมีความกังวลและเครียด
ขณะเดียวกัน พระครูอดุลสารนิเทศยังฝากข้อความถึงญาติโยมและผู้ที่เดินทางเข้าพบว่า ขอให้งดแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีพิพาทที่ดินระหว่างพูดคุยกัน โดยสามารถพูดคุยเรื่องอื่นได้ตามปกติ เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดภาพว่ามีการนำพระสงฆ์เข้ามาแสดงความคิดเห็นหรือเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทดังกล่าวอย่างไม่เหมาะสม