รู้แล้วปมเดือด! พ่อเผยชนวนแท้จริง หลังลูกชายก่อเหตุสุดสลด
รู้แล้วปมเดือด! พ่อเผยชนวนแท้จริง หลังลูกชายก่อเหตุสุดสลด
ข่าวสังคม - โซเชียล

รู้แล้วปมเดือด! พ่อเผยชนวนแท้จริง หลังลูกชายก่อเหตุสุดสลด

ฟังข่าวนี้

วันที่ 25 กันยายน 2569 พล.ต.สมาน เกษรอินทร์ ข้าราชการทหารเกษียณ และเป็นพ่อของนายสราวุธ หรือ ต๊อก ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาติดตามสถานการณ์ภายในซอยจรัสลาภ เขตบางพลัด พร้อมเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.บางพลัด หลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ และพบอาวุธปืนสงครามรวมถึงวัตถุระเบิดจำนวนมากภายในบ้าน

เมื่อเวลา 13.00 น. พล.ต.สมาน เปิดเผยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เดิมครอบครัวพักอาศัยอยู่ร่วมกันทั้งหมด 4 คน ก่อนที่วันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา จะมีเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีนำหมายศาลมาติดประกาศบริเวณหน้าบ้าน พร้อมห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่ ส่งผลให้สมาชิกในครอบครัวต้องแยกย้ายกันออกไปพักอาศัยที่อื่น

พล.ต.สมาน ระบุว่า จุดเริ่มต้นของปัญหาเกิดจากคดีแพ่ง โดยตนเพิ่งมาทราบภายหลังว่าลูกสาวได้นำบ้านหลังดังกล่าวไปทำสัญญาขายฝากในวงเงิน 50 ล้านบาทโดยที่ตนไม่ทราบเรื่อง กระทั่งข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาล และศาลมีคำพิพากษาให้บริษัทเอกชนคู่กรณีเป็นฝ่ายชนะคดี จนนำไปสู่ขั้นตอนการปิดหมายบังคับคดีที่บ้าน

ส่วนกรณีของนายสราวุธ บุตรชาย พล.ต.สมาน กล่าวว่า ลูกชายมีความผูกพันกับสัตว์เลี้ยงที่อยู่ภายในบ้าน ทั้งแมว สุนัข และปลาอัลลิเกเตอร์ รวมมากกว่า 20 ตัว โดยก่อนหน้านี้พยายามจะเข้าไปให้อาหารสัตว์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่กีดกันไม่ให้เข้าไปในพื้นที่ จึงทำให้เกิดความเครียดและความไม่สบายใจ

สำหรับสาเหตุที่ทำให้นายสราวุธเกิดอาการคลุ้มคลั่ง พล.ต.สมาน ยืนยันว่า ที่ผ่านมาลูกชายไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วยทางจิตเวช ไม่เคยใช้ยาเสพติด และไม่ดื่มสุรา

ขณะที่กรณีพบอาวุธปืนสงครามและวัตถุระเบิดจำนวนมากภายในบ้าน พล.ต.สมาน ยืนยันเช่นกันว่า อาวุธทั้งหมดไม่ใช่ของตน และไม่ทราบว่ามีที่มาจากแหล่งใด

ส่วนร่างหรือศพที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบภายในบ้าน ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและยืนยันตัวบุคคลว่าเป็นนายสราวุธจริงหรือไม่ เนื่องจากครอบครัวไม่สามารถติดต่อกับนายสราวุธได้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แน่ชัดของเหตุการณ์ทั้งหมดได้

เบื้องต้น พนักงานสอบสวน สน.บางพลัด ได้เชิญ พล.ต.สมาน ไปให้ปากคำอย่างละเอียดเพื่อประกอบการสอบสวน ขณะเดียวกันชุดปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจ EOD ตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน หรือ พฐ. ยังคงเข้าตรึงกำลังและปิดกั้นพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อเข้าตรวจสอบ เก็บรวบรวมพยานหลักฐาน และวัตถุพยานทั้งหมดไว้ประกอบสำนวนคดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ