หายสงสัย! หมอเฉลยเอง ปมสารต้องห้าม น้องพิงค์ ถูกสั่งพักแข่งกะทันหัน
หายสงสัย! หมอเฉลยเอง ปมสารต้องห้าม น้องพิงค์ ถูกสั่งพักแข่งกะทันหัน
ข่าวสังคม - โซเชียล

หายสงสัย! หมอเฉลยเอง ปมสารต้องห้าม น้องพิงค์ ถูกสั่งพักแข่งกะทันหัน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 มีรายงานว่า ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความ เกี่ยวกับกรณีของ น้องพิ้งค์ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า โดยระบุว่า โอยยย...ประเด็นใหญ่ช็อกวงการแบดมินตันไทยครับ!! น้องพิ้งค์ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ ถูกตรวจพบสารต้องห้าม จนต้องโดนพักการแข่งขันในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น

สารที่ถูกตรวจพบคือ "ฟูโรซีไมด์" (Furosemide) ซึ่งเป็นยาขับปัสสาวะ สารนี้มันจะยับยั้งการดูดกลับของโซเดียมและคลอไรด์ที่ไต ทำให้น้ำถูกขับออกจากร่างกายทางปัสสาวะในปริมาณมากอย่างรวดเร็ว ปกติหมอเค้าจะใช้รักษาคนไข้ที่มีอาการบวมน้ำจากโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต หรือผู้ป่วยความดันโลหิตสูงครับ

เอ้า!! แลัวแค่ยาขับปัสสาวะ มันไม่ได้ช่วยเพิ่มแรงหรือทำให้วิ่งไวขึ้นซักหน่อย ทำไมถึงโดนแบน คืองี้ สาเหตุที่ WADA เค้าจัดให้อยู่ในหมวด S5: Diuretics and Masking Agents (ยาขับปัสสาวะและสารบดบัง) ก็เพราะว่า

1. ใช้บดบังสารต้องห้ามอื่น (Masking Agent) พอปัสสาวะถูกขับออกมาเยอะมาก ปัสสาวะจะเจือจางลง ทำให้ระดับความเข้มข้นของสารต้องห้ามตัวอื่น (เช่น สเตียรอยด์ หรือยารักษาโรคบางชนิด) ลดลงจนเครื่องมือตรวจไม่เจอ

2. ใช้รีดน้ำหนักเร่งด่วน (Weight Cutting) ขับน้ำออกจากร่างกายแบบสปีด เพื่อให้น้ำหนักลดลงทันที

3. การได้รับโดยไม่ตั้งใจ (Contamination) บางทีอาจปนเปื้อนอยู่ในอาหารเสริม ยาลดความอ้วน หรือนักกีฬาทานยารักษาโรคโดยไม่ได้ตรวจสอบกับทีมแพทย์กีฬาให้ดีก่อน แล้วน้องพิ้งค์จะโดนบทลงโทษอะไรบ้าง มันจะไล่ไปตามสเต็ป เริ่มจาก

- ถูกพักการแข่งขันชั่วคราว ห้ามลงแข่งขัน ห้ามฝึกซ้อม ห้ามคุมทีม หรือเข้าร่วมกิจกรรมใดๆ ในเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ทันที (ชวดลงช่วยทีมชาติไทยแน่นอนแล้ว)

- ถ้ามีการลงแข่งในแมตช์หลังจากวันที่เก็บตัวอย่างตรวจ ผลการแข่งขันและคะแนนจะถูกยกเลิกทั้งหมด

- น้องพิ้งค์มีสิทธิ์ยื่นขอเปิดตรวจ ตัวอย่าง B (B-Sample) เพื่อยืนยันผล และยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา (CAS) ได้ครับ

- แต่ถ้าตัวอย่าง B ยืนยันผลบวก หรือไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ ก็น่าจะโดนโทษแบนห้ามแข่งสูงสุด 2 ถึง 4 ปี ตามกฎของ WADA

ถ้าหากพิสูจน์ได้ว่าเป็นความประมาท ปนเปื้อนโดยไม่มีเจตนา (No Significant Fault) โทษแบนอาจลดลงเหลือเพียงการตักเตือน หรือแบนสั้นลง (เช่น 6 เดือน ถึง 2 ปี) ขึ้นอยู่กับหลักฐานที่นำไปโต้แย้ง

ก็ต้องรอติดตามผลการตรวจตัวอย่าง B และการสอบสวนจากสมาคมแบดมินตันฯ และทาง ITA กันต่อไปครับว่าจะมีความคืบหน้ายังไง เป็นกำลังใจให้กระบวนการยื่นเรื่องสอบสวนทำได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายนะครับ โอ้ยยย แอบเสียดายยยย หมอแล็บแพนด้า กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ