เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 2569 ทนพ.ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ หมอแล็บแพนด้า โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า ถึงกรณีของ พิ้งค์ พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์ นักแบดมินตันทีมชาติไทย หลังมีรายงานว่าตรวจพบสารต้องห้าม จนถูกพักการแข่งขันในศึกเอเชียนเกมส์ 2026 ที่ประเทศญี่ปุ่น
สารที่ถูกระบุว่าพบคือ ฟูโรซีไมด์ (Furosemide) ซึ่งเป็นยาขับปัสสาวะ โดยหมอแล็บแพนด้าอธิบายว่า ยาชนิดนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการดูดกลับของโซเดียมและคลอไรด์ที่ไต ส่งผลให้ร่างกายขับน้ำออกทางปัสสาวะในปริมาณมากและรวดเร็ว ทางการแพทย์มีการใช้ยาดังกล่าวเพื่อรักษาภาวะบวมน้ำจากโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต รวมถึงผู้ป่วยความดันโลหิตสูง
อย่างไรก็ตาม แม้ฟูโรซีไมด์จะไม่ใช่สารที่ใช้เพื่อเพิ่มพละกำลังโดยตรง แต่ถูกจัดอยู่ในกลุ่ม S5: Diuretics and Masking Agents หรือยาขับปัสสาวะและสารบดบัง ตามบัญชีสารต้องห้ามขององค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก หรือ WADA
หมอแล็บแพนด้าอธิบายว่า เหตุผลสำคัญที่สารกลุ่มนี้ถูกควบคุม เนื่องจากสามารถนำไปใช้เพื่อ บดบังสารต้องห้ามชนิดอื่น ได้ เพราะการขับปัสสาวะในปริมาณมากอาจทำให้ปัสสาวะเจือจาง ส่งผลต่อการตรวจหาสารบางชนิด นอกจากนี้ยังอาจถูกนำไปใช้เพื่อ ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ด้วยการขับน้ำออกจากร่างกาย
อีกประเด็นที่ต้องพิจารณาคือการได้รับสารโดยไม่ตั้งใจ เช่น การปนเปื้อนในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาบางชนิด หรือกรณีนักกีฬาใช้ยาเพื่อรักษาโรคโดยไม่ได้ตรวจสอบกับทีมแพทย์กีฬาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ
สำหรับกรณีของ พิ้งค์ พิชฌามลณ์ หมอแล็บแพนด้าระบุว่า กระบวนการหลังจากนี้ยังต้องติดตามผลการตรวจสอบ โดยนักกีฬามีสิทธิ์ขอให้ตรวจ ตัวอย่าง B (B-Sample) เพื่อยืนยันผล และสามารถใช้ช่องทางอุทธรณ์ตามกระบวนการทางการกีฬาได้
ส่วนบทลงโทษจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและผลการพิจารณาตามกฎที่เกี่ยวข้อง โดยหากผลการตรวจยืนยันการละเมิดกฎต่อต้านการใช้สารต้องห้าม บทลงโทษอาจมีตั้งแต่การพักการแข่งขันไปจนถึงโทษแบน ขณะที่กรณีมีหลักฐานว่าการได้รับสารเกิดจากการปนเปื้อนหรือไม่มีความผิดหรือความประมาทในระดับที่เกี่ยวข้องกับกฎ ก็อาจมีการพิจารณาลดโทษได้ตามเงื่อนไข
ทั้งนี้ หมอแล็บแพนด้าระบุว่า ต้องรอติดตามผลตรวจตัวอย่าง B รวมถึงกระบวนการสอบสวนของสมาคมแบดมินตันฯ และหน่วยงาน International Testing Agency (ITA) ว่าจะมีความคืบหน้าอย่างไรต่อไป