วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเผยผลตรวจสอบเครื่องสำอางต้องสงสัย 4 รายการ หลังร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าตรวจค้นสถานที่ลักลอบผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอาง 2 แห่ง เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนพบการปนเปื้อนสารห้ามใช้ ได้แก่ ไฮโดรควิโนน และกรดเรทิโนอิก พร้อมส่งข้อมูลให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย และเตือนประชาชนให้หยุดใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวทันที เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง ตั้งแต่อาการแพ้ อักเสบ ไปจนถึงฝ้าถาวรและเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนัง

เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา อย. ได้ประสานความร่วมมือกับ บก.ปคบ. เข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบผลิตและจำหน่ายเครื่องสำอางจำนวน 2 แห่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลาง พร้อมเก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ส่งไปตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ผลการตรวจสอบพบเครื่องสำอางที่มีสารห้ามใช้ปนเปื้อนจำนวน 4 รายการ ได้แก่
1. แอลโบทรอส ไวท์เทนนิ่ง ครีม 3 ฉลากระบุเลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-1-6900003013 แต่ไม่มีการระบุวันที่ผลิตและวันหมดอายุ โดยมีบริษัทแอลโบทรอส กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่าย ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
2. แอลโบทรอส ไนท์ ครีม 4 ฉลากระบุเลขที่ใบรับจดแจ้ง 12-1-6900003122 ไม่ปรากฏวันที่ผลิตและวันหมดอายุ มีบริษัทแอลโบทรอส กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่าย ผลตรวจพบทั้งสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) และกรดเรทิโนอิก (Retinoic acid)
3. ALBOTROSS WHITENING CREAM 3 ผลิตภัณฑ์บรรจุในกระปุกพลาสติกขุ่นสีขาว โดยไม่มีการระบุเลขที่ใบรับจดแจ้ง ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
4. ครีมสีขาวบรรจุในถุงพลาสติกใส ไม่มีฉลากกำกับผลิตภัณฑ์ ตรวจพบสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone)
สำหรับเครื่องสำอางทั้ง 4 รายการนี้ ถูกจัดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยต่อการใช้ โดยภายหลัง อย. ได้รับรายงานผลการตรวจวิเคราะห์จากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงส่งข้อมูลผลตรวจให้หน่วยงานตำรวจสอบสวนกลาง (บก.ปคบ.) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี ซึ่งขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย
ในส่วนของบทลงโทษ ผู้ที่ผลิตเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยเพื่อจำหน่าย ถือเป็นการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 27 (1) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่ผู้จำหน่ายหรือตัวแทนจำหน่ายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยดังกล่าว มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เภสัชกรหญิงสุภัทรา กล่าวเพิ่มเติมว่า อย. ขอให้ผู้บริโภคเพิ่มความระมัดระวังในการเลือกซื้อและใช้เครื่องสำอาง โดยไม่ควรหลงเชื่อคำโฆษณาหรือรีวิวที่อ้างว่าสามารถรักษาฝ้าให้หายได้ เนื่องจากอาจเสี่ยงได้รับผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารห้ามใช้ โดยเฉพาะเครื่องสำอางที่มีสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง ผิวหนังอักเสบ ใบหน้าแดง รู้สึกแสบร้อน เกิดตุ่มแดง รวมถึงทำให้ผิวบริเวณที่ใช้มีสีคล้ำขึ้น
หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้เกิดฝ้าถาวรและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้ หากได้รับสารในปริมาณมาก สารอาจถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการสั่น กระตุ้นให้เกิดภาวะลมชัก หรือเกิดอาการแพ้ได้ ส่วนเครื่องสำอางที่มีกรดเรทิโนอิก (Retinoic acid) อาจทำให้ผิวหน้าแดง แสบร้อนอย่างรุนแรง ระคายเคือง เกิดการอักเสบ และไวต่อแสงแดดหรือแสงไฟมากขึ้น อีกทั้งยังอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์
ทั้งนี้ ผู้บริโภคควรเลือกซื้อเครื่องสำอางจากร้านค้าที่มีสถานที่ตั้งชัดเจน หรือจากตัวแทนจำหน่ายที่เชื่อถือได้ โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีฉลากภาษาไทยพร้อมแสดงรายละเอียดอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย ชื่อเครื่องสำอาง ประเภทของผลิตภัณฑ์ สารที่เป็นส่วนผสม วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า ปริมาณสุทธิ เลขที่หรือครั้งที่ผลิต เดือนและปีที่ผลิต รวมถึงเลขที่ใบรับจดแจ้ง เพื่อความปลอดภัยในการเลือกใช้
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ