เผยสิ่งที่ บุ๋ม ปนัดดา ทำต่อหน้าสื่อ ขณะถูกคุมตัวไปฝากขังผัดแรก
เผยสิ่งที่ บุ๋ม ปนัดดา ทำต่อหน้าสื่อ ขณะถูกคุมตัวไปฝากขังผัดแรก
ข่าวอาชญากรรม

เผยสิ่งที่ บุ๋ม ปนัดดา ทำต่อหน้าสื่อ ขณะถูกคุมตัวไปฝากขังผัดแรก

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 7 พ.ย. 69 เวลา 10.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ทำการควบคุมตัว น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ประธานมูลนิธิองค์ทำดี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6491/2569 ลงวันที่ 5 พ.ย.69 ข้อหา“ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” และ นายอธิป อนันทวรรณ หรือก๊อต สามี น.ส.ปนัดดา ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 6492/2569 ลงวันที่ 5 พ.ย.69 ข้อหา “ร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” ไปฝากขังศาลอาญา ผัดแรกเนื่องจากสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสอบได้คัดค้านประกันตัวเนื่องจากมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก เกรงว่าต้องหาจะหลบหนี หรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ทั้งนี้บุ๋ม ปนัดดา สวมเสื้อแขนยาวสีน้ำตาลอ่อน กาเกงขายาวสีดำ มีสีหน้าอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด โดยบุ๋ม ปนัดดากล่าวขอโทษทุกคน และขอน้อมรับความผิดทุกอย่าง พร้อมระบุว่าได้ให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว และขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ส่วนเรื่องการรับสารภาพหรือความกังวลเรื่องการประกันตัว ขอให้ทางทนายความเป็นผู้ชี้แจงแทน

ส่วน ก๊อต สามี  ได้แต่ยิ้มไม่ตอบคำถามสื่อแต่อย่างใด ก่อนพนักงานสอบสวนพาขึ้นรถตู้ฝากขังศาลอาญาต่อไป

ด้าน ทนายเพชร ทนายความส่วนตัว กล่าวว่า ขชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลางที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรวดเร็วและเป็นธรรม พร้อมระบุว่าหลังจากนี้คดีได้เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายอย่างเต็มตัว อะไรที่ผิดก็ว่าไปตามผิด และทางบุ๋ม ปนัดดารวมถึงทีมทนายความจะ งดให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนทุกกรณี เพื่อหลีกเลี่ยงการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และปล่อยให้กฎหมายทำหน้าที่อย่างโปร่งใสต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ