ไม่รอด! รวบโจรไซเบอร์ 3 หมายจับ ตุ๋นเหยื่อลงทุน สูญกว่า 1 ล้านบาท
ไม่รอด! รวบโจรไซเบอร์ 3 หมายจับ ตุ๋นเหยื่อลงทุน สูญกว่า 1 ล้านบาท
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่รอด! รวบโจรไซเบอร์ 3 หมายจับ ตุ๋นเหยื่อลงทุน สูญกว่า 1 ล้านบาท

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) นำโดยชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. เข้าจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 คดี ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน การนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และการเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคารหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี

การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณห้องพักไม่ทราบเลขที่ ภายในซอยเอกชัย 99/2 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร หลังตำรวจ กก.1 บก.ปพ. สืบสวนติดตามจนทราบว่า นายเอ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว จึงวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์กระทั่งพบตัว

สำหรับหมายจับของนายเอ ประกอบด้วย หมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ที่ จ.634/2568 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงผู้อื่น, โดยทุจริตนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือเป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคล และยินยอมเปิดหรือให้ผู้อื่นใช้บัญชีธนาคาร บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

หมายจับที่ 2 เป็นของศาลอาญาพระโขนง ที่ 795/2569 ลงวันที่ 18 สิงหาคม 2569 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ อันน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน

ส่วนหมายจับที่ 3 เป็นของศาลจังหวัดพิษณุโลก ที่ 760/2568 ลงวันที่ 27 ตุลาคม 2568 ในข้อหา เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน และสนับสนุนการนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม รวมถึงเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ บัญชีอิเล็กทรอนิกส์ หรือหมายเลขโทรศัพท์ โดยรู้หรือควรรู้ว่าจะถูกนำไปใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่น

แนวทางการสืบสวนพบว่า เหตุการณ์เริ่มขึ้นในช่วงเดือนธันวาคม 2567 โดยนายเอถูกกล่าวหาว่ามีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า และใช้ช่องทางออนไลน์เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงผู้เสียหาย ทั้งการประกาศหรือชักชวนเกี่ยวกับการหางานและการลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Facebook

เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและติดต่อเข้ามา จะมีการพูดคุยต่อผ่านแอปพลิเคชัน Line ก่อนนำไปสู่การโอนเงิน โดยตำรวจพบผู้เสียหายอย่างน้อย 3 รายในพื้นที่แตกต่างกัน

รายแรกอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี พบมูลค่าความเสียหายมากกว่า 500,000 บาท ขณะที่รายที่ 2 อยู่ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก และรายที่ 3 อยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อรวมความเสียหายจากทั้ง 3 พื้นที่แล้ว พบว่ามีมูลค่ารวม มากกว่า 1 ล้านบาท

ตำรวจระบุว่า ลักษณะการก่อเหตุในแต่ละพื้นที่มีรูปแบบใกล้เคียงกัน คือใช้ช่องทางออนไลน์เป็นจุดเริ่มต้นในการติดต่อผู้เสียหาย ก่อนดำเนินการในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับบัญชีธนาคารและบัญชีอิเล็กทรอนิกส์

นอกจากนี้ จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายเอเคยมีประวัติเกี่ยวข้องกับคดีการพนัน เมาแล้วขับ คดียาเสพติด และคดีฉ้อโกงทรัพย์

หลังรวบรวมข้อมูลและติดตามเส้นทางของผู้ต้องหา ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. พบว่านายเอ ซึ่งมีหมายจับติดตัวถึง 3 หมาย ได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณที่พัก

ต่อมาเจ้าหน้าที่พบชายที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับบุคคลตามหมายจับกำลังเดินอยู่บริเวณหน้าห้องพัก จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมแสดงหมายจับและแจ้งสิทธิ รวมถึงข้อกล่าวหาให้นายเอทราบ

จากการตรวจสอบ นายเอรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และยืนยันว่าไม่เคยถูกจับกุมในคดีดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปจัดทำบันทึกการจับกุมที่ สน.บางบอน

จากนั้นได้ประสานส่งตัวให้นายเอแก่พนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด จ.ชลบุรี เพื่อรับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ