สาวแจ้งความ "จ่าคิงส์-สองสามีภรรยา" ขอความเป็นธรรม หลังบ้านถูกสื่อจับโยง เป็นที่พักหนุ่มจีนคดีน้องทอมมี่
สาวแจ้งความ "จ่าคิงส์-สองสามีภรรยา" ขอความเป็นธรรม หลังบ้านถูกสื่อจับโยง เป็นที่พักหนุ่มจีนคดีน้องทอมมี่
ข่าวสังคม - โซเชียล

สาวแจ้งความ "จ่าคิงส์-สองสามีภรรยา" ขอความเป็นธรรม หลังบ้านถูกสื่อจับโยง เป็นที่พักหนุ่มจีนคดีน้องทอมมี่

ฟังข่าวนี้

จากกรณี จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ประสานตำรวจสอบสวนกลาง ตำรวจ สภ.หนองปรือ และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีเยาวชนชาย อายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับนายหวัง เซียน ชาวจีน โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ หลังได้รับข้อมูลจากผู้ร้องเรียนว่า นายหวัง เซียน อาจหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้านดังกล่าว

ระหว่างการตรวจสอบ น.ส.สายธาร ซิงสตรันด์ มารดาของเยาวชนผู้เสียชีวิต ซึ่งเดินทางติดตามเจ้าหน้าที่ไปด้วย ได้เกิดเหตุโต้เถียงและแสดงความไม่พอใจต่อบุคคลที่พักอาศัยอยู่ภายในบ้าน ขณะที่ผู้พักอาศัยยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นกับคดีดังกล่าว

หลังเหตุการณ์มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลเกี่ยวกับบ้านและบุคคลที่พักอาศัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จนผู้พักอาศัยถูกตั้งข้อสงสัยและกล่าวหาว่าอาจให้ที่พักพิงหรือช่วยเหลือนายหวัง เซียน ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต รวมถึงภาพลักษณ์และการประกอบอาชีพ

ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย. 2569) น.ส.นพรัตน์ สิงหนาท พร้อมด้วยนายฉีฟาน เพื่อนชาวจีน ซึ่งพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.หนองปรือ เพื่อขอความเป็นธรรมและแจ้งความดำเนินคดีในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตลอดจนการนำเสนอภาพและข้อมูลบางส่วนที่เห็นว่าอาจไม่ตรงกับข้อเท็จจริง

น.ส.นพรัตน์ เปิดเผยว่า ช่วงเช้ามืดวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมายังบ้านพักเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนายหวัง เซียน หลังได้รับข้อสงสัยว่าอาจหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่ เนื่องจากมีพยานให้ข้อมูลว่า พบชายชาวจีนที่มีลักษณะคล้ายกับนายหวังเดินอยู่บริเวณใกล้เคียง

ด้วยความบริสุทธิ์ใจ น.ส.นพรัตน์จึงเปิดบ้านให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์และคลายข้อสงสัย โดยยืนยันว่าผู้พักอาศัยภายในบ้านพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่

ต่อมา น.ส.สายธาร พร้อมสามีชาวต่างชาติ รวมถึงจ่าคิงส์และทีมงาน เดินทางมายังบริเวณบ้าน โดยมีสื่อมวลชนบางส่วนติดตามมาบันทึกภาพ พร้อมมีการสอบถามข้อมูลและขอดูเอกสารต่างๆ ซึ่ง น.ส.นพรัตน์ ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวไม่ได้เห็นการแสดงหมายค้นของศาลให้ตรวจสอบ

น.ส.นพรัตน์ ยืนยันว่า บ้านหลังนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนายหวัง เซียน และนายหวังไม่เคยเข้ามาพักอาศัยภายในบ้านแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม การนำเสนอภาพและข้อมูลที่เชื่อมโยงบ้านหลังดังกล่าวกับนายหวัง ทำให้ผู้พักอาศัยถูกสังคมตั้งข้อสงสัยว่าอาจรู้เห็นหรือให้ที่พักพิงผู้ต้องหา

สำหรับที่มาของการเข้าพัก น.ส.นพรัตน์ ระบุว่า ตนเองและนายฉีฟานเป็นเพื่อนสนิทกับเจ้าของบ้าน และเข้ามาพักอาศัยโดยไม่เสียค่าเช่าตั้งแต่ประมาณเดือนธันวาคม 2568 เนื่องจากเจ้าของบ้านไม่ได้พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย จึงขอให้ช่วยดูแลบ้าน โดยไม่ได้ทำสัญญาเช่า และไม่มีความเกี่ยวข้องกับนายหวัง เซียน

ส่วนความสัมพันธ์กับนายหวัง น.ส.นพรัตน์ ยืนยันว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัว โดยเคยพบกันประมาณ 3 ครั้งในลักษณะลูกค้า เนื่องจากนายหวังประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการระบบเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน แต่ทุกครั้งนายหวังไม่ได้เดินทางเข้ามาภายในบ้านหลังนี้ โดยเป็นลูกน้องของนายหวังที่เข้ามาดำเนินการให้บริการแทน

น.ส.นพรัตน์ ยังกล่าวถึงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ว่า ตนเองและผู้พักอาศัยได้เปิดบ้านและพาเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพื้นที่ต่างๆ พร้อมให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ รวมถึงพร้อมให้ข้อมูลแก่ครอบครัวของเยาวชนผู้เสียชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้ติดใจคือการสอบถามและขอเอกสารส่วนตัว รวมถึงเอกสารเกี่ยวกับที่พักอาศัย ทั้งที่ตนยืนยันมาตลอดว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

น.ส.นพรัตน์ ระบุว่า หากเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาพูดคุยและตรวจสอบด้วยความสุภาพ ตนพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้รู้สึกว่าตนเองและผู้พักอาศัยถูกปฏิบัติราวกับเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี ทั้งที่ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ ยังขอความเป็นธรรมกรณีมีการนำภาพบริเวณภายในบ้าน รวมถึงภาพใบหน้าของผู้พักอาศัยไปเผยแพร่ผ่านสื่อ โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้ได้แจ้งแล้วว่าไม่อนุญาตให้นำภาพบ้านและภาพของผู้พักอาศัยไปใช้ เนื่องจากบุคคลภายในบ้านไม่ได้เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

น.ส.นพรัตน์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ตนประกอบอาชีพล่ามภาษาจีนแบบฟรีแลนซ์ การเผยแพร่ภาพและข้อมูลที่เชื่อมโยงตนเองกับบ้านซึ่งถูกนำเสนอว่าเกี่ยวข้องกับนายหวัง เซียน ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการประกอบอาชีพ อีกทั้งอาจทำให้บุคคลรอบข้างเข้าใจผิดว่าตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

หลังเกิดเหตุ น.ส.นพรัตน์ ระบุว่ายังรู้สึกหวาดระแวงและไม่ปลอดภัย เพราะไม่ทราบว่าในอนาคตจะมีเจ้าหน้าที่หรือสื่อมวลชนเดินทางมายังบ้านอีกหรือไม่ พร้อมตั้งข้อกังวลว่า หากต้องพักอาศัยอยู่ภายในบ้านเพียงลำพัง จะสามารถแยกแยะได้อย่างไรว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงหรือเป็นบุคคลจากสื่อมวลชน

ด้วยเหตุนี้ น.ส.นพรัตน์ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเข้าตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้สื่อมวลชนตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนนำเสนอข่าว เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีได้รับความเสียหาย

ท้ายที่สุด น.ส.นพรัตน์ ขอให้สื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวก่อนหน้านี้พิจารณาแก้ไขหรือชี้แจงข้อมูลให้ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านหลังดังกล่าวว่าเป็นของใคร ผู้พักอาศัยเข้ามาอยู่ได้อย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับนายหวัง เซียนหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน และลดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นกับบุคคลซึ่งยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ