เตือนภัย! แก๊งหลอกดาวน์มือถือ จ่ายราคาหลักร้อยต่อเครื่อง ก่อนพบปลายทางช็อก รับกรรมเต็มๆ
เตือนภัย! แก๊งหลอกดาวน์มือถือ จ่ายราคาหลักร้อยต่อเครื่อง ก่อนพบปลายทางช็อก รับกรรมเต็มๆ
ข่าวสังคม - โซเชียล

เตือนภัย! แก๊งหลอกดาวน์มือถือ จ่ายราคาหลักร้อยต่อเครื่อง ก่อนพบปลายทางช็อก รับกรรมเต็มๆ

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2569 พ.ต.อ.โชติช่วง รัศมี ผกก.สส.บก.น.8 เปิดเผยผลการดำเนินคดีกับเครือข่าย หลอกลวงดาวน์โทรศัพท์มือถือและรับซื้อเครื่องติดล็อก หลังเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.8 นำโดย พ.ต.ท.บุญฤทธิ์ เสียงใส รอง ผกก.สส.บก.น.8 พร้อมกำลังตำรวจ เข้าจับกุมผู้ต้องหารวม 6 ราย แบ่งเป็นกลุ่มผู้เช่าซื้อโทรศัพท์ 4 ราย และกลุ่มรับซื้อโทรศัพท์อีก 2 ราย

สำหรับกลุ่มผู้เช่าซื้อทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่ใช้นามสมมติว่า น.ส.เอ อายุ 57 ปี ชาว จ.นครปฐม, น.ส.บี อายุ 34 ปี ชาว จ.ชลบุรี, นายซี อายุ 58 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช และ น.ส.ดี อายุ 38 ปี ชาว จ.นครศรีธรรมราช โดยทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหา ยักยอกทรัพย์

ส่วนกลุ่มรับซื้อโทรศัพท์ 2 ราย เจ้าหน้าที่ใช้นามสมมติว่า นายอี อายุ 40 ปี และ น.ส.เอฟ อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้านโทรศัพท์มือถือ ถูกดำเนินคดีในข้อหา รับของโจร

คดีดังกล่าวเริ่มต้นจากบริษัท เคบีเจ แคปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการสินเชื่อผ่อนโทรศัพท์มือถือภายใต้แบรนด์ Samsung Finance+ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายจำนวนมากผ่านระบบ Call Center ขณะเดียวกันบริษัทยังพบเบาะแสจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียว่า มีกลุ่มบุคคลเปิดช่องทางออนไลน์เพื่อชักชวนประชาชนเข้าร่วมกระบวนการรับจ้างดาวน์โทรศัพท์มือถือ

พฤติการณ์ของกลุ่มดังกล่าวอาศัยปัญหาด้านเศรษฐกิจของประชาชนเป็นช่องทาง โดยชักชวนให้ผู้สนใจเข้าไปทำสัญญาเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านตัวแทนหรือดีลเลอร์ในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ แลกกับค่าจ้างประมาณ 300-600 บาทต่อเครื่อง

จากนั้นกลุ่มผู้ชักชวนจะอ้างว่า โทรศัพท์ที่นำออกมาจะถูกส่งต่อให้บุคคลอื่นเป็นผู้ผ่อนชำระต่อจนสิ้นสุดสัญญา ทำให้ผู้ทำสัญญาเช่าซื้อเข้าใจว่าจะได้รับเพียงค่าจ้างและไม่ต้องรับภาระเกี่ยวกับเครื่องในภายหลัง

แต่จากการตรวจสอบพบว่า โทรศัพท์บางส่วนไม่ได้ถูกนำไปผ่อนชำระต่อไปตามที่กล่าวอ้าง กลับถูกนำไปขายต่อผ่านช่องทางนอกระบบ ส่งผลให้ไม่มีการชำระค่างวดตามสัญญา และทำให้ผู้ที่รับจ้างดาวน์โทรศัพท์กลายเป็นผู้ต้องรับผิดชอบตามสัญญา ทั้งในทางแพ่งและอาจมีความรับผิดทางอาญาตามพฤติการณ์ของแต่ละกรณี

ภายหลังบริษัทจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ กก.สส.บก.น.8 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องในกระบวนการ จนพบข้อมูลและพยานหลักฐานหลายส่วนที่มีความเชื่อมโยงกัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปติดต่อขอซื้อโทรศัพท์มือถือจาก ร้านบอย โมบาย ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี เพื่อขยายผลตรวจสอบขบวนการรับซื้อโทรศัพท์ที่ยังมีภาระผ่อนชำระ

เมื่อเจ้าหน้าที่นำโทรศัพท์ที่ได้จากการตรวจสอบไปตรวจสอบข้อมูล ปรากฏว่าเครื่องดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของบริษัท เคบีเจ แคปิตอล จำกัด และถูกนำออกไปโดยมิชอบ จึงรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง ก่อนขยายผลไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องและนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย

เบื้องต้นตำรวจนำตัวผู้ต้องหากลุ่มผู้เช่าซื้อทั้ง 4 ราย ส่งดำเนินคดีที่ สน.ห้วยขวาง เนื่องจากเป็นพื้นที่เกิดเหตุและเป็นที่ตั้งของบริษัทที่ตรวจพบการกระทำความผิด

ส่วน นายอี และ น.ส.เอฟ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านโทรศัพท์และแอดมินเพจรับซื้อโทรศัพท์ที่มีภาระติดล็อก ถูกดำเนินการในชั้นพนักงานอัยการแล้วที่ สภ.ลาดหลุมแก้ว

ขณะนี้ตำรวจ กก.สส.บก.น.8 ร่วมกับบริษัท เคบีเจ แคปิตอล จำกัด อยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล เพื่อติดตามบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้ให้ความช่วยเหลือ หรือผู้สนับสนุนในขบวนการมาดำเนินคดีเพิ่มเติมตามพยานหลักฐาน จนกว่าคดีจะถึงที่สุด

เจ้าหน้าที่ฝากเตือนประชาชนว่า ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาหรือคำชักชวนให้รับจ้างทำสัญญาดาวน์โทรศัพท์มือถือเพื่อนำเครื่องไปขายต่อ แม้จะได้รับค่าจ้างเพียงหลักร้อยบาทต่อเครื่อง เพราะผู้ทำสัญญาอาจต้องรับผิดชอบภาระหนี้และอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการนำทรัพย์สินไปโดยมิชอบหรือมีส่วนร่วมในขบวนการดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ