พระไทยไม่ปลื้ม! บุกสุสานยิวพิสูจน์เอง เห็นความจริงกับตาเนื้อ งานนี้พูดไม่ออก
พระไทยไม่ปลื้ม! บุกสุสานยิวพิสูจน์เอง เห็นความจริงกับตาเนื้อ งานนี้พูดไม่ออก
ข่าวสังคม - โซเชียล

พระไทยไม่ปลื้ม! บุกสุสานยิวพิสูจน์เอง เห็นความจริงกับตาเนื้อ งานนี้พูดไม่ออก

ฟังข่าวนี้

วันที่ 9 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 13.30 น. เจ้าหน้าที่หลายฝ่าย โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลเสม็ดใต้ และตำรวจจาก สภ.บางคล้า เดินทางไปรอเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจากอำเภอบางคล้า เพื่อนำแผ่นป้ายขนาดใหญ่ซึ่งเป็นคำสั่งของ น.ส.ฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา มาติดตั้งบริเวณด้านหน้าสุสานยิว พื้นที่หมู่ 2 ต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา

สำหรับเนื้อหาในคำสั่งดังกล่าว ระบุให้มีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และเคลื่อนย้ายศพที่ฝังหรือเก็บรักษาอยู่ภายในพื้นที่ทั้งหมดออกไปฝังยังสถานที่อื่น ซึ่งได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมดำเนินการ ได้มีพระสงฆ์ 2 รูป อายุประมาณ 40 ปีเศษ เดินทางมายังบริเวณด้านหน้าสุสาน โดยพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวระบุว่า เคยเดินทางออกจากพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ ก่อนมาจำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ขณะที่พระสงฆ์อีกรูปหนึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดใน อ.พานทอง จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงกัน

พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปเดินทางมาเพื่อสำรวจพื้นที่บริเวณด้านหน้าสุสาน พร้อมมีการไลฟ์สดบรรยากาศผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยให้เหตุผลว่า ต้องการเห็นข้อเท็จจริงด้วยตนเอง หลังเรื่องราวเกี่ยวกับสุสานดังกล่าวถูกเผยแพร่และได้รับความสนใจอย่างมากในสังคม

หนึ่งในพระสงฆ์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้ต้องการตรวจสอบว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมีข้อเท็จจริงอย่างไร หากพบว่ามีสิ่งใดไม่ถูกต้องก็จะได้ช่วยกันแก้ไข แต่หากการดำเนินการของผู้เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างถูกต้อง ก็ควรให้ความเป็นธรรมเช่นกัน โดยระบุว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ซื้อที่ดินมาอย่างถูกต้อง

พระสงฆ์รูปดังกล่าวยังแสดงความเห็นว่า การนำเสนอข่าวในลักษณะที่รุนแรงเกินไปอาจส่งผลกระทบในระดับระหว่างประเทศ พร้อมกล่าวถึงประวัติความเป็นมาของชาวยิวในประเทศไทย โดยระบุว่า ชาวยิวเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ.2497 หรือก่อนหน้านั้น และมีการจัดตั้งโบสถ์ยิวบริเวณซอยสุขุมวิท 22 กรุงเทพมหานคร ราวปี พ.ศ.2520

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างศาสนาพุทธกับประเทศอิสราเอล โดยระบุว่า มีโบสถ์และวัดของพระสงฆ์จากประเทศไทยตั้งอยู่ในประเทศอิสราเอลเป็นจำนวนมาก พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงกระแสข่าวเกี่ยวกับประเด็นด้านสุขอนามัยหรือเชื้อโรค และระบุว่าต้องการเข้ามาดูพื้นที่ด้วยตนเองว่าข้อกล่าวหาดังกล่าวมีข้อเท็จจริงหรือไม่ หากไม่เป็นความจริงก็ควรให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เกี่ยวข้อง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ฝ่ายอำเภอบางคล้าได้ขนย้ายแผ่นป้ายคำสั่งเข้ามายังบริเวณด้านหน้าประตูสุสาน เพื่อเตรียมติดตั้ง โดยบริเวณดังกล่าวมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัดและเส้นทางสัญจรคับแคบ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการอย่างระมัดระวัง

ในช่วงที่เจ้าหน้าที่กำลังติดตั้งแผ่นป้าย พระสงฆ์ทั้ง 2 รูปได้เดินทางออกจากพื้นที่ด้วยรถยนต์กระบะ ขณะที่เจ้าหน้าที่ดำเนินการติดตั้งป้ายคำสั่งบริเวณด้านหน้าสุสานต่อไป

ทั้งนี้ ประเด็นเกี่ยวกับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและการเคลื่อนย้ายศพภายในสุสานยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตามคำสั่งของจังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะที่รายละเอียดข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่รับผิดชอบ

ผูู้สื่อข่าวจังหวัดฉะเชิงเทรา รายงาน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ