เต้ อาชีวะ ลงพื้นที่บางคล้า เร่งเคลียร์ปมสุสานยิว หวั่นกระทบชาวบ้าน
เต้ อาชีวะ ลงพื้นที่บางคล้า เร่งเคลียร์ปมสุสานยิว หวั่นกระทบชาวบ้าน
ข่าวภูมิภาค

เต้ อาชีวะ ลงพื้นที่บางคล้า เร่งเคลียร์ปมสุสานยิว หวั่นกระทบชาวบ้าน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น. ที่บริเวณหมู่ 2 ตำบลเสม็ดใต้ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา นายเต้ อาชีวะ แกนนำกลุ่มไทยไม่ทน พร้อมด้วย นายสุรชัย โชคชัยอำนวยพร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา เขต 1 อำเภอบางคล้า, นายรองมติชน ชูทับทิม รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา และนางสาวน้ำผึ้ง คำสอาด กำนันตำบลเสม็ดใต้ ร่วมลงพื้นที่ติดตามกรณีสุสาน JEWISH CEMETRY THAILAND ซึ่งเป็นประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่ติดตามและแสดงความกังวลมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสุสานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลเสม็ดใต้ โดยมีการยื่นขออนุญาตจัดตั้งเพื่อรองรับการประกอบพิธีตามหลักศาสนา อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเกิดข้อร้องเรียนจากชาวบ้านในพื้นที่เกี่ยวกับความเหมาะสมของสถานที่ตั้ง เนื่องจากบริเวณโดยรอบมีชุมชน โรงเรียน สถานพยาบาล แหล่งน้ำเพื่อการเกษตร บ่อเลี้ยงกุ้ง และเส้นทางสาธารณะ จึงเกิดความห่วงใยถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย และวิถีชีวิตของคนในชุมชน

จากข้อห่วงใยดังกล่าวนำไปสู่การตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐ โดยอำเภอบางคล้าได้เข้าตรวจสอบการดำเนินกิจการและหลักเกณฑ์ด้านสถานที่ตั้งตามกฎหมาย ก่อนที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯ จะมีมติเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 ว่า “ไม่ควรต่อใบอนุญาต” ต่อมาแม้ตัวแทนผู้ดำเนินการจะใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งทางปกครอง แต่กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากเป็นการยื่นเกินระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน หน่วยงานในพื้นที่ได้ดำเนินการตามกฎหมาย ส่งผลให้สถานที่ดังกล่าวหยุดดำเนินกิจการแล้ว และจากการตรวจสอบพบว่า ก่อนหน้านี้ที่มีการประกอบพิธีทางศาสนาแก่นางผู้เสียชีวิตจำนวน 1 ร่าง ผู้เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันจึงไม่มีร่างผู้เสียชีวิตอยู่ภายในสถานที่ดังกล่าวแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายผู้ดำเนินการได้ใช้สิทธิตามกฎหมายยื่นฟ้องต่อศาลปกครองระยอง เพื่อขอให้พิจารณาคำสั่งทางปกครองต่อไป

นายเต้ อาชีวะ กล่าวระบุว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องการสะท้อนคือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนโดยรอบ โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีบ่อเลี้ยงกุ้งอยู่เป็นจำนวนมาก จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างรอบด้าน ทั้งนี้ จังหวัดฉะเชิงเทราได้กำชับให้ฝ่ายปกครอง ทั้งนายอำเภอ กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ ขณะที่ข้อพิพาททางกฎหมายยังคงต้องรอผลการพิจารณาจากศาลปกครองต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ