วันที่ 3 ก.ย.69 เวา 10.30 น. นายกิตติพงศ์ สีเหลือง นายก อบต.เสม็ดใต้ อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา ได้เรียกประชุมสมาชิก อบต. และหัวหน้าส่วนราชการในสังกัด เป็นวาระเร่งด่วนเพื่อสร้างความเข้าใจต่อสมาชิกสภาและหัวหน้าส่วนราชการ ในการที่จะให้ข้อมูลสามารถตอบข้อซักถามสร้างความเข้าใจและโต้ตอบกระแสข่าวที่เกิดขึ้นจากกรณี สุสานยิว ในพื้นที่ ที่กำลังถูกโหมกระแสออกมาผ่านทางสื่อโซเชียล และสื่อกระแสหลักบางส่วนอยู่ในขณะนี้
โดยระบุว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวจำนวน 15 ไร่ 2 งาน 86 ตรว. ในหมู่บ้านหนองโสน พื้นที่ ม.2 ต.เสม็ดใต้ เดิมกว่า 10 ปีก่อนเคยเป็นของอดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.4 และเป็นอดีตรองนายก อบต.เสม็ดใต้ แห่งนี้ด้วย จากนั้นได้ขายต่อให้แก่นายตี๋ (นามสมมุติ) คนในพื้นที่ตำบลติดกัน ต่อมาเมื่อประมาณปลายปี 2564 ในช่วงที่ตนหมดวาระลง ได้ทราบว่ามีการขายที่ดินแปลงดังกล่าวกันต่ออีกทอด ให้แก่บริษัทกาน ชาบาค จำกัด ซึ่งขณะนั้นตนยังถูกนำมาโจมตีด้วยว่าเป็นนายหน้า ในการซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าวด้วยในระหว่างการเลือกตั้ง

หลังจากที่ตนได้รับเลือกตั้งกลับเข้ามาแล้ว ทางบริษัทดังกล่าวได้เข้ามายื่นขออนุญาตสร้างสุสาน ซึ่งมีรายละเอียดเป็นเรื่องของทางข้อกฎหมายท้องถิ่น โดยตนไม่ได้ออกใบอนุญาตให้ แต่ปรากฎว่าทางฝ่ายบริษัทได้มีใบอนุญาตมาจากทางระดับจังหวัด เลขที่ 1/2564 ให้จัดตั้งสุสานชื่อ JEWISH CEMETRY THAILAND ลงนามออกให้เมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 โดยนายไมตรี ไตรติลานันท์ อดีตผู้ว่าฯ ในขณะนั้น ว่าได้รับอนุญาตให้ตั้งสุสาน เข้ามายื่นประกอบในการขอก่อสร้างโรงเรือนที่พัก

เมื่อดูในรายละเอียดของแบบก่อสร้างพบว่ามีที่พักศพมีที่ชำระล้างศพ จึงไม่ได้อนุญาต แต่ทางบริษัทพยายามที่จะฝ่าฝืนเดินหน้าที่จะทำการต่อไป จึงได้ให้ทางฝ่ายกองช่างนำหนังสือเป็นคำสั่งจากทาง อบต.ให้หยุดการก่อสร้างไปติดประกาศไว้ ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.67 เขาได้เปลี่ยนมาเป็นการขออนุญาตสร้างรั้วเพื่อตั้งกำแพงความยาว 917.32 เมตรสูงประมาณ 3 เมตร ซึ่งเราก็ต้องอนุญาตเพราะยื่นมาถูกต้องตามระเบียบกฎหมายควบคุมอาคาร จากนั้นก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลยจนมีวัชพืชขึ้นปกคลุมพื้นที่โดยรอบ

เท่าที่ทราบนั้นทางอำเภอบางคล้า ได้มีคำสั่งที่ 40/2567 ลงวันที่ 2 ก.พ.67 ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขสุสานและฌาปนสถาน เพื่อพิจารณารวม 13 หน่วยงาน เมื่อครั้งที่เขาได้ส่งตัวแทนผู้รับมอบอำนาจมาจากในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อจะเข้ามาขอต่อใบอนุญาตหลังจากกำลังใกล้หมดอายุครบ 3 ปี เมื่อวันที่ 30 พ.ย.66 ตามหนังสือขอให้ทางอำเภอบางคล้าพิจารณาทบทวน จากทาง อบต.ที่ส่งไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค.67
โดยมีข้อพิจารณาไม่ผ่านหลักเกณฑ์เนื่องจากมีระยะทางห่างจากทางสัญจรสาธารณะเพียง 5 เมตรจากข้อกำหนด 50 เมตร และห่างแหล่งน้ำสาธารณะเพียง 200 เมตรจาก 400 เมตร โดยมีการรายงานไปยัง จ.ฉะเชิงเทรา ต่อมาทางจังหวัดได้มีหนังสือที่ ฉช.0018/1206 ลงวันที่ 26 ม.ค.67 แจ้งเรื่องการพิจารณาขอต่อใบอนุญาตว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอ ตามคำสั่งมอบอำนาจให้นายอำเภอปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าฯ ที่ 3483/2565 ลงวันที่ 15 ธ.ค.65 โดยมีข้อพิจารณาที่ไม่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ จึงพิจารณาไม่ต่อใบอนุญาตให้ นับแต่นั้นมาจึงถือว่าใบอนุญาตเรื่องการก่อตั้งสุสานได้จบสิ้นลงไปแล้ว

แต่ในวันนี้ที่กุกันขึ้นมานั้นเพราะมีสื่อโซเชียลที่มีการนำเสนอข้อมูลว่า จะมีการนำศพมาฝั่ง จึงยังต้องช่วยกันหาข้อมูลความจริงมาให้พี่น้องประชาชน และอย่าไปนำข้อมูลของเขามาส่งต่อกัน โดยต้องระมัดระวัง นายกิตติพงศ์ กล่าวชี้แจงต่อ ส.อบต.และข้าราชการในที่ประชุม
และยังเปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวตามข้อมูลที่ได้แจ้งในที่ประชุม และระบุว่าในส่วนที่เกี่ยวข้องกับทาง อบต.เสม็ดใต้ จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่ และรับประกันได้ว่าตนเองจะไม่ไปละเมิดสิทธิพี่น้องประชาชนตามที่ ปชช.พึงต้องการ ส่วนเรื่องที่เขาขนศพเข้ามานั้น เมื่อช่วงปี 2565 หรือ 2566 ได้ยินแต่เพียงมีการเล่าต่อกัน ว่ามีรถตู้บรรทุกศพมาและได้ไปถามหาบ้านใกล้ๆ เพื่อถามหาสุสาน จึงมีการแจ้งผู้นำแจ้งชาวบ้านเข้าไปดูจนเกิดความไม่ยินยอม และสภาพก็ไม่ได้เป็นสุสานตามที่เห็น เขาจึงได้พากันกลับออกไป โดยที่ยังไม่ได้มีการฝังศพอะไรเกิดขึ้นและไม่ได้มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นอีก

ส่วนข้างในเขาปิดล้อมไว้ และเป็นที่เอกชนเราจึงไม่ได้เข้าไปอีก แต่ได้มีการสังเกตการณ์ไว้โดยตลอด เมื่อ จนท.ผ่านไป-มา เป็นระยะ หลังจากนี้จะขอดูในเรื่องของกฎหมายเพื่อที่จะขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบภายในว่ามีอะไรบ้าง เพื่อเตรียมนำเอาข้อมูลมาให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงความเป็นจริงข้างในต่อไป โดย อบต.เสม็ดใต้ นั้น ใช้หลักธรรมาภิบาลอยู่แล้ว กระบวนการทุกอย่างมีความชัดเจนอย่างเป็นขั้นตอนและยึดติดกับพี่น้อง ปชช. โดยเฉพาะในส่วนที่ ปชช.ไม่เอา ไม่ต้องการจะเป็นไปไม่ได้เลยที่การบริหารงานจะทำให้เกิดขึ้นในสิ่งนั้น

จึงอยากให้สื่อได้ลงไปดูว่าอำนาจและกฎหมายท้องถิ่นนั้นเรามีหน้าที่อะไรบ้าง จะได้สื่อสารให้ชัดเจนแก่พี่น้องประชาชน เพราะเราอนุญาตให้สร้างได้แค่รั้ว จึงไม่ทราบว่า 1,200 ศพนั้นมาอย่างไรที่เอามาลงกันก็ขอให้ช่วยกันชี้แจงด้วย หลังจากนี้จะพยายามติดต่อไปยังทางเจ้าของที่ดิน และขอความบริสุทธิจากเขา เพื่อจะขออนุญาตเข้าไปดูเพื่อหาข้อมูลให้ ปชช.ได้รับทราบความชัดเจนให้มากที่สุด เพื่อพี่น้องจะได้สบายใจ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในบริเวณนั้น หรือผ่านแถวนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนชาวเสม็ดใต้