จากกรณีคุณปริม ผู้ป่วยโรคไตระยะสุดท้าย เดินทางไปยังคลินิกแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อขอใบส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลตามนัด ซึ่งปกติจะต้องเข้ารับการรักษาทุก ๆ 3 เดือน แต่ในวันดังกล่าว พยาบาลกลับแจ้งว่าไม่สามารถออกใบส่งตัวให้ได้
ล่าสุด วันที่ 2 กันยายน 2569 ในรายการโหนกระแส คุณปริมได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า หลังจากทราบว่าไม่ได้รับใบส่งตัว จึงเข้าไปสอบถามคุณหมอถึงสาเหตุ แต่กลับถูกคุณหมอแสดงอารมณ์ไม่พอใจ พร้อมบอกว่า “หากไม่พอใจก็ให้ย้ายสิทธิ์การรักษาไปที่อื่น”
ต่อมา คุณปริมได้ขอให้พยาบาลเปิดดูประวัติการรักษา หรือ OPD ของตนเอง แต่คุณหมอกลับกระชากเอกสารออกจากมือพยาบาล ก่อนถ่ายภาพข้อมูลส่วนตัวของคุณปริมไว้ทั้งหมด ทั้งที่อยู่บ้านและหมายเลขโทรศัพท์
จากนั้น คุณหมอได้เดินเข้ามาประชิดตัวคุณปริมในระยะใกล้ พร้อมกำหมัดและพูดข่มขู่ซ้ำ ๆ ว่า “จะเอาใช่ไหม” ท่ามกลางคนไข้คนอื่นภายในคลินิกกว่า 20 คน จนคุณปริมเกิดความหวาดกลัวและร้องไห้ออกมา

ระหว่างที่คุณปริมยังรออยู่ภายในคลินิก คุณหมอยังคงเดินออกมาชี้หน้า ด่าทอ และข่มขู่เธออย่างต่อเนื่องแทบทุก ๆ 1 นาที โดยใช้ถ้อยคำรุนแรงว่า “ชีวิตนี้ถ้ายังเป็นคนอยู่ อย่าหวังว่าจะอยู่สงบสุขเลย” รวมถึงพูดว่า “เดี๋ยวคอยดูนะ ฉันจะเอาตำรวจไปหน้าบ้านแก ให้รอหมายได้เลย” ขณะที่ในวันนั้นทางคลินิกไม่ได้จ่ายยา หรือทำการตรวจรักษาใด ๆ ให้กับคุณปริม
หลังจากนั้น มีคุณป้าพลเมืองดีรายหนึ่งเข้ามาช่วยพาคุณปริมออกจากคลินิก ซึ่งตอนแรกเธอคิดว่าเรื่องน่าจะจบลงแล้ว แต่คุณหมอกลับนำหมายเลขโทรศัพท์ที่ถ่ายไว้จากประวัติการรักษามาใช้โทรศัพท์ข่มขู่อีกครั้ง โดยเบอร์โทรศัพท์ที่อยู่ในระบบเป็นหมายเลขของแฟนคุณปริม


ในการโทรศัพท์ครั้งแรก คุณหมอได้ต่อว่าและข่มขู่ว่าจะนำตำรวจพร้อมใบโนติสไปหาถึงบ้านคุณพ่อของคุณปริม เพื่อดำเนินคดีในข้อหาโวยวายภายในคลินิก ขณะที่คุณปริมยืนยันว่า ตนเองเพียงเข้าไปสอบถามด้วยความสุภาพและไม่ได้โวยวายแต่อย่างใด พร้อมระบุว่า “สามารถตรวจสอบเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดได้” และเธอเองก็ต้องการได้ภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐานเช่นกัน
เมื่อมีการติดต่อกลับไปอีกครั้ง และทางผู้เสียหายได้บันทึกเสียงสนทนาเอาไว้ คุณหมอยังคงใช้น้ำเสียงโมโหฉุนเฉียว พร้อมพูดข่มขู่ด้วยถ้อยคำเดิมว่า “ให้รอหมายเรียกที่จะส่งไปถึงหน้าบ้าน” และยังกล่าวด้วยว่า “มีน้องเป็นนักกฎหมาย”


นอกจากการโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่และคุกคามแล้ว คุณหมอรายดังกล่าวยังส่งข้อความมาด่าทอคุณปริมอย่างต่อเนื่องด้วยถ้อยคำหยาบโลน และยังมีการกล่าวถึงคนไข้ที่ใช้สิทธิ์ 30 บาทว่า “เป็นพวกคนชั้นต่ำทั้งหมด”