ต้า เฟ็ดเฟ่ เผยสาเหตุแตกหัก ช็อก โดน gaslighting จนป่วยจิตเวช
ต้า เฟ็ดเฟ่ เผยสาเหตุแตกหัก ช็อก โดน gaslighting จนป่วยจิตเวช
ข่าวบันเทิง

ต้า เฟ็ดเฟ่ เผยสาเหตุแตกหัก ช็อก โดน gaslighting จนป่วยจิตเวช

ฟังข่าวนี้

กลายเป็นมหากาพย์ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานหลายปี สำหรับกรณีของ “ต้า เฟ็ดเฟ่” หรือ “ลิขิต สิทธิพันธุ์” ที่ก่อนหน้านี้ออกมาเผยคลิปเสียงการพูดคุยกับคู่กรณีเกี่ยวกับการก่อตั้งเพจและบริษัทเดิม พร้อมเรียกร้องขอแบ่งทรัพย์สินที่ยังไม่เคยได้รับ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหลายมุม

ล่าสุด “ต้า เฟ็ดเฟ่” ได้มาเปิดใจในรายการโหนกระแส พร้อมย้อนเล่าถึงจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งบริษัทว่า ในช่วงแรกใช้บ้านของตนเองเป็นออฟฟิศ และนอนอยู่ชั้น 2 เนื่องจากทั้งคู่เป็นเพื่อนรักกัน โดยช่วงที่ทำเฟ็ดเฟ่ ต้ารับหน้าที่เป็น “ตัวปู” คอยคิดงาน เตรียมงาน และวางแผน ส่วน “ยัด” รับหน้าที่เป็นนักแสดงและ “ตัวตบ”

แต่หลังจากตัดสินใจเปิดบริษัทด้วยกัน กลับเริ่มมีความคิดเห็นไม่ตรงกันตั้งแต่สัปดาห์แรก จนถึงขั้นเคยคิดจะลาออก เพราะมองว่าทั้งคู่ไม่เหมาะที่จะทำงานร่วมกัน โดยต้าเล่าว่าเคยเข้าไปพูดกับยัดตรง ๆ ว่า หากการทำงานร่วมกันทำให้ต่างฝ่ายต่างหงุดหงิดและต้องทะเลาะกันต่อหน้าลูกน้อง รวมถึงต่อหน้าครอบครัวของอีกฝ่าย ก็คงไปต่อได้ยาก จึงเสนอให้อีกฝ่ายทำบริษัทต่อเพียงคนเดียว

อย่างไรก็ตาม ยัดขอให้ลองปรับตัวเข้าหากัน เนื่องจากเพิ่งเริ่มต้นบริษัทได้เพียงสัปดาห์เดียว ต้าจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อ แต่สุดท้ายปัญหาเดิมก็เกิดขึ้นซ้ำ ๆ

ต้ากล่าวว่า ช่วงเวลานั้นตนรู้สึกเหมือนถูก “Gaslighting” หรือถูกครอบงำทางความคิด ทำให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดอยู่เสมอ และต้องคอยเชื่อฟังอีกฝ่าย โดยมักมีเหตุผลมาสนับสนุนว่าการกระทำต่าง ๆ เป็นเพียงการทำคอนเทนต์เพื่อความสนุกและความตลก

ต้ายกตัวอย่างคอนเทนต์บางส่วน เช่น การโกนหัว รวมถึงเหตุการณ์ที่อ้างว่ามีการให้กินยานอนหลับเกินขนาด โดยตนรู้สึกว่าถูกลดคุณค่าและกลายเป็นเหมือน “ตัวกระจอกในออฟฟิศ” ใครจะทำอะไรก็ได้ ทั้งที่บางอย่างตนไม่ได้เต็มใจ แต่ด้วยการที่ตนถือเป็นพี่ใหญ่และไม่ต้องการให้บรรยากาศในออฟฟิศเสีย จึงเลือกที่จะยอม

ต้ายังระบุว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งหน้ากล้องและหลังกล้อง และส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของตน จนต้องเข้ารับการรักษาทางจิตเวช และมีใบรับรองจากแพทย์

สำหรับเหตุผลที่ออกมาพูดในครั้งนี้ ต้าเผยว่า ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับตัวเอง เพราะที่ผ่านมาเจอปัญหาหลายด้าน ทั้งพ่อที่ป่วย รวมถึงต้องเลิกรากับแฟนเนื่องจากไม่สามารถดูแลอีกฝ่ายได้เต็มที่ โดยก่อนหน้านี้เคยออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวแล้วเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ในเวลานั้นยังไม่มีแฟนคลับมากนัก เพราะส่วนใหญ่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ทั้งการเป็นตัวตบมุกและตัดต่อ

หลังจากออกมาพูด ต้าอ้างว่าอีกฝ่ายได้รวมกลุ่มกับโอฮาน่าและทำคลิปล้อเลียนตน

ส่วนกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าโกงเงิน “ต้า เฟ็ดเฟ่” ชี้แจงว่า เงินจาก YouTube ของเฟ็ดเฟ่ยังมีรายได้จากยอดวิวเก่า โดยระบุว่าบัญชีดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลของตน เนื่องจากเป็นผู้ก่อตั้งและถือหุ้น 98.5% ซึ่งรายได้ส่วนหนึ่งมาจากช่วงที่ช่องเฟ็ดเฟ่ได้รับความนิยมอย่างมากจากคอนเทนต์ “ชัยโสโร”

ด้านทนายความของต้าอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้บริษัทจะหยุดดำเนินการไปแล้ว แต่รายได้จากยอดวิวเก่ายังคงเข้ามา จึงมีการนำเงินส่วนหนึ่งออกมาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท เช่น ค่าภาษีและค่าทำบัญชี เนื่องจากบริษัทยังไม่ได้ปิดกิจการอย่างสมบูรณ์

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายของยัดมองว่าการนำเงินดังกล่าวออกมาใช้ไม่ถูกต้อง จึงมีการขอให้ต้าขอโทษในกลุ่ม ก่อนหน้านี้จึงมีแชตหลุดออกมา ซึ่งมีข้อความในลักษณะที่ต้าขอโทษกรณีนำเงินของเพื่อนไปใช้

ต้ายังเล่าถึงช่วงเวลาที่สถานการณ์ย่ำแย่ว่า เคยเดินจากพระโขนงไปนนทบุรีเพื่อไปพบทนาย หลังถูกกระแสโจมตีอย่างหนักจนรู้สึกหมดหนทาง ประกอบกับในช่วงนั้นพ่อกำลังป่วยหนัก จึงตัดสินใจเดินไปพร้อมกับคิดทบทวนเรื่องต่าง ๆ และเมื่อไปถึงก็ยอมรับกับทนายตรง ๆ ว่า “ไม่มีเงิน”

ด้านทนายเล่าว่า ช่วงแรกมี “พี่แอ๊ะ” เข้ามาช่วยเหลือเรื่องคดี แต่เมื่อถูกฟ้องร้องหลายคดี ต้าก็เริ่มรู้สึกผิดและมีความเครียดอย่างหนัก โดยต้าเคยพูดว่ารู้สึกเหมือนตัวเอง “เกือบตายแล้ว” และเคยพยายามหาทางจบชีวิต แต่ไม่สำเร็จ

ทั้งนี้ เรื่องราวทั้งหมดเป็นคำให้สัมภาษณ์ของ “ต้า เฟ็ดเฟ่” และทนายความในรายการโหนกระแส ซึ่งยังมีประเด็นข้อกล่าวหาและข้อพิพาทระหว่างคู่กรณีที่ต้องพิจารณาจากข้อมูลและคำชี้แจงของทุกฝ่ายอย่างรอบด้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ