ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ขนข้อมูลหมื่นหน้า จี้สอบปมซอยงบ ศธ. เสนอผู้บริหารตั้งกรรมการสอบ-ย้ายผู้เกี่ยวข้อง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ขนข้อมูลหมื่นหน้า จี้สอบปมซอยงบ ศธ. เสนอผู้บริหารตั้งกรรมการสอบ-ย้ายผู้เกี่ยวข้อง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน
ข่าวสังคม - โซเชียล

ศรีสุวรรณ บุก ป.ป.ช. ขนข้อมูลหมื่นหน้า จี้สอบปมซอยงบ ศธ. เสนอผู้บริหารตั้งกรรมการสอบ-ย้ายผู้เกี่ยวข้อง หวั่นยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน

ฟังข่าวนี้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. จังหวัดนนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เดินทางเข้ายื่นคำร้องเพิ่มเติม พร้อมเอกสารและข้อมูลที่รวบรวมได้กว่า 10,000 หน้า ขอให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) และรองเลขาธิการ กอศ. กรณีถูกกล่าวหาว่าอาจมีการสั่งการให้สถานศึกษาในสังกัดจัดทำโครงการโดยแบ่งย่อยวงเงินโครงการละไม่เกิน 500,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูล และใช้วิธีจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง

นายศรีสุวรรณระบุว่า ก่อนหน้านี้องค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา แต่หลังจากติดตามตรวจสอบและได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้หวังดีจำนวนมาก พบข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการจัดซื้อจัดจ้างที่ตั้งข้อสังเกตว่าอาจเข้าข่ายการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง หรือการแบ่งงบประมาณออกเป็นโครงการย่อยเพื่อหลีกเลี่ยงหลักเกณฑ์การประกวดราคา จึงนำข้อมูลทั้งหมดมายื่นเพิ่มเติมต่อ ป.ป.ช.ในครั้งนี้

สำหรับข้อมูลที่นำส่งให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบนั้น นายศรีสุวรรณอ้างว่า พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเกิดขึ้นเป็นระบบมาตั้งแต่ปี 2566 และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเริ่มจากการเสนอของบประมาณที่ระบุเพียงกรอบหรือหัวข้อของโครงการ ก่อนจะมีการขอเปลี่ยนแปลงรายละเอียดงบประมาณภายหลังผ่านการพิจารณาของสภาฯ แล้ว จากนั้นจึงจัดสรรงบประมาณไปยังสถานศึกษาเป้าหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตถึงกระบวนการในแต่ละพื้นที่ว่า อาจมีการแบ่งโซนให้บริษัทเอกชนเข้าไปสำรวจความต้องการ จัดทำราคากลาง รวมถึงเตรียมรายละเอียดอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ก่อนรวบรวมเอกสารเสนอขอรับงบประมาณมายังส่วนกลาง โดยพบว่าบางโครงการมีวงเงินต่ำกว่า 500,000 บาท บางโครงการอยู่ที่ 500,000 บาท และบางโครงการมีวงเงินสูงกว่านั้น

เมื่อได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้ว สถานศึกษาจะดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างตามขั้นตอน โดยในกรณีโครงการที่มีวงเงินไม่เกินเกณฑ์ดังกล่าว มีการใช้วิธีเฉพาะเจาะจง ซึ่งนายศรีสุวรรณตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีการกำหนดบริษัทที่จะเข้ามารับงานไว้ล่วงหน้า ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ รวมถึงตั้งข้อสงสัยว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์หรือเงินทอนจากโครงการเกิดขึ้นหรือไม่

นายศรีสุวรรณยังระบุว่า จากข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างที่รวบรวมมา พบชื่อบริษัทบางแห่งปรากฏหมุนเวียนเข้ารับงานและเป็นผู้ชนะการประกวดราคาในหลายพื้นที่ จึงขอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบว่าพฤติการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูล หรือการสมยอมกันในการเสนอราคาหรือไม่

ทั้งนี้ นายศรีสุวรรณย้ำว่า เอกสารและข้อมูลที่นำมายื่นเพิ่มเติมในครั้งนี้มีจำนวนมากกว่า 10,000 หน้า และต้องการให้ ป.ป.ช.นำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบและไต่สวนผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ หากพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ขอให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

นายศรีสุวรรณยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า ประเด็นดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในหน่วยงานภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเท่านั้น แต่อาจมีโครงการในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นในหน่วยงานอื่นของกระทรวงศึกษาธิการด้วย เช่น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จึงเห็นควรให้มีการตรวจสอบในภาพรวม

พร้อมกันนี้ นายศรีสุวรรณเสนอให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการเร่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าวโดยเร็ว และเสนอให้พิจารณาโยกย้ายผู้บริหารหรือเจ้าหน้าที่ที่อาจเกี่ยวข้องไปปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานอื่นเป็นการชั่วคราว หรือให้ไปประจำสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยว แทรกแซง หรือทำลายพยานหลักฐานในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ

นายศรีสุวรรณกล่าวทิ้งท้ายว่า หากผลการตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง ควรดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับโดยไม่มีข้อยกเว้น ตั้งแต่ผู้สั่งการ ผู้ดำเนินการ ไปจนถึงผู้ที่มีส่วนร่วมในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ