วันที่ 19 สิงหาคม 2569 สื่อต่างประเทศ CTWant ไต้หวัน รานงานว่า หน่วยสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมของหน่วยยามฝั่งไต้หวัน ประจำเมืองเกาสง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าควบคุมตัวหญิงไทยวัย 35 ปี ที่เดินทางจากประเทศไทยมายังไต้หวัน หลังพบข้อมูลว่าเธอใช้วิธีกลืนแคปซูลยาเสพติดเข้าไปในร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้น ก่อนตรวจพบภายหลังว่าเป็นเฮโรอีนจำนวน 72 แคปซูล
เหตุการณ์ดังกล่าวเริ่มจากหน่วยงานสืบสวนและป้องกันอาชญากรรมของหน่วยยามฝั่งไต้หวันในเมืองเกาสงได้รับข้อมูลด้านข่าวกรองเกี่ยวกับขบวนการลักลอบนำยาเสพติดข้ามชาติ โดยมีเบาะแสว่าผู้กระทำผิดอาจเป็นชาวต่างชาติที่เลือกซ่อนยาไว้ทั้งในสัมภาระหรือภายในร่างกาย เพื่อใช้ในการนำยาเสพติดเข้าสู่ไต้หวัน
หลังได้รับข้อมูล เจ้าหน้าที่ได้ประสานศุลกากรเกาสง ตำรวจการบิน หน่วยตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจ จัดตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อเฝ้าติดตามบุคคลต้องสงสัย จนสามารถระบุตัวหญิงชาวไทย อายุ 35 ปี ซึ่งมีอาชีพเป็นโค้ชมวยไทย และมีแผนเดินทางจากประเทศไทยเข้าสู่ไต้หวันด้วยวิธีซุกซ่อนยาเสพติดภายในร่างกาย
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เฝ้ารอที่ท่าอากาศยานนานาชาติเกาสงเสี่ยวกัง ก่อนเข้าควบคุมตัวหญิงรายดังกล่าวทันทีที่เดินทางมาถึง จากนั้นจึงนำตัวส่งโรงพยาบาลภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ เพื่อเข้ารับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด
ผลการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์พบวัตถุรูปร่างรีจำนวนมากอยู่ภายในช่องท้อง ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นแคปซูลบรรจุยาเสพติดที่ถูกกลืนเข้าไปเพื่อปกปิดจากการตรวจสอบบริเวณสนามบิน

จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า แคปซูลเหล่านี้ถูกบรรจุและห่อหุ้มหลายชั้น โดยใช้ถุงยางอนามัยร่วมกับพลาสติกหดร้อน เพื่อช่วยป้องกันสารเสพติดไม่ให้สัมผัสกับร่างกาย ขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้กระบวนการทางการแพทย์เพื่อให้แคปซูลถูกขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติ
เนื่องจากหญิงรายนี้ประกอบอาชีพเป็นโค้ชมวยไทยและมีสภาพร่างกายแข็งแรงจากการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด พร้อมจัดกำลังเฝ้าดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันความพยายามหลบหนี โดยกระบวนการนำแคปซูลทั้งหมดออกจากร่างกายใช้เวลานานถึง 10 วัน
ท้ายที่สุด เจ้าหน้าที่สามารถนำแคปซูลต้องสงสัยออกมาได้ครบทั้ง 72 แคปซูล ก่อนส่งตรวจทางวิทยาศาสตร์และยืนยันว่าเป็นเฮโรอีน ซึ่งตามกฎหมายของไต้หวันจัดอยู่ในยาเสพติดประเภทที่ 1 โดยมีน้ำหนักรวม 289.1 กรัม และประเมินมูลค่าในตลาดมืดไว้ประมาณ 3.6 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน
เจ้าหน้าที่ไต้หวันเตือนว่า การลักลอบนำยาเสพติดเข้าสู่ประเทศด้วยการกลืนแคปซูลไว้ภายในร่างกายถือเป็นวิธีที่มีความเสี่ยงสูง หากวัสดุที่ใช้ห่อหุ้มเกิดการฉีกขาดหรือถูกกรดในกระเพาะอาหารกัดกร่อน ยาเสพติดอาจรั่วเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดภาวะพิษรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้