ปิดจ๊อบ! รวบแก๊งลอบส่งชาวจีน ข้ามแดนไปมาเลเซีย เอี่ยวทำคอลเซ็นเตอร์
ปิดจ๊อบ! รวบแก๊งลอบส่งชาวจีน ข้ามแดนไปมาเลเซีย เอี่ยวทำคอลเซ็นเตอร์
ข่าวสังคม - โซเชียล

ปิดจ๊อบ! รวบแก๊งลอบส่งชาวจีน ข้ามแดนไปมาเลเซีย เอี่ยวทำคอลเซ็นเตอร์

ฟังข่าวนี้

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. และ ผอ.ศปชก.ตร. กำกับดูแลการปฏิบัติ ร่วมกับ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเร่งสกัดกั้นขบวนการนำพาคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง รวมถึงขยายผลติดตามผู้ให้การช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่คนต่างด้าวเพื่อหลบเลี่ยงการจับกุม

ล่าสุด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญของขบวนการลักลอบนำพาคนจีนไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซียได้อีก 2 ราย ทำให้สามารถติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 4 ราย

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ ขันติโล โฆษก บก.ตม.6 เปิดเผยว่า ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ชูธเรศ ยิ่งยงดำรงสกุล ผบก.ตม.6 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศุภโชค หยงสตาร์ และ พ.ต.อ.ภาณุภาคย์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.ตม.6 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สรธรรศจ์ เอี่ยมละออ ผกก.ตม.จว.สงขลา และชุดสืบสวนเร่งขยายผลเครือข่ายดังกล่าว หลังพบข้อมูลเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำคนต่างด้าวผ่านประเทศไทยไปยังประเทศมาเลเซีย

จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาหม่อม จ.สงขลา หลังได้รับข้อมูลว่าเป็นสถานที่พักคอยของคนต่างด้าวที่ลักลอบเดินทางเข้าประเทศ ผลการตรวจค้นพบชาวจีน 6 คน และชาวเมียนมา 1 คน ซึ่งทั้งหมดลักลอบเดินทางเข้ามาจากประเทศกัมพูชา พร้อมโทรศัพท์มือถือมากกว่า 20 เครื่อง เจ้าหน้าที่เชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวถูกนำมาพักรอเพื่อเตรียมเดินทางต่อไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ในประเทศมาเลเซีย

จากการขยายผล เจ้าหน้าที่พบโครงสร้างการทำงานของขบวนการว่า มีนายทุนในต่างประเทศเป็นผู้สั่งการ โดยมอบหมายให้นายรุสดีย์ หรือ “บังดี” เป็นผู้ประสานงาน ก่อนติดต่อให้นายนิคมว่าจ้างนายสมบัติจัดหารถเพื่อรับคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองจากพื้นที่ตอนบนมายังรีสอร์ตใน จ.สงขลา เมื่อเดินทางมาถึง จะมีนายฮาบีบ ซึ่งเป็นลูกน้องสายตรงของบังดี รับช่วงต่อ ก่อนเตรียมนำกลุ่มคนต่างด้าวเดินทางออกจากประเทศไทยผ่านช่องทางธรรมชาติ เพื่อเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย

เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลจังหวัดสงขลาอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 ราย เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ในข้อหาร่วมกันให้ที่พักพิงและให้การช่วยเหลือคนต่างด้าวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย เพื่อให้พ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน หลังออกหมายจับ พล.ต.ต.ชูธเรศ ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ภาณุภาคย์ ประสานหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศเพื่อเร่งติดตามตัวผู้ต้องหาทั้งหมด กระทั่งสามารถจับกุมได้ต่อเนื่อง

รายแรก เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ตม.จว.ยะลา ร่วมกับชุดสืบสวน กก.สส.2 บก.สส.จชต. ติดตามจับกุมนายเอ (นามสมมติ) ได้ที่บ้านพักในพื้นที่ จ.ยะลา ต่อมา วันที่ 17 สิงหาคม 2569 ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ร่วมกับ ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา และตำรวจทางหลวง เข้าจับกุมนายบี (นามสมมติ) ได้ขณะพักอยู่ภายในบ้านหลังหนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยา กระทั่งวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตม.จว.เชียงราย ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.สงขลา ติดตามจับกุมนายซี (นามสมมติ) ได้ที่บ้านพักใน จ.เชียงราย ในวันเดียวกัน ตม.จว.นราธิวาส ร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.6 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง สามารถจับกุมนายดี (นามสมมติ) ซึ่งถูกระบุว่าเป็นหัวหน้าขบวนการได้ที่ด่านตรวจแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.นราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบทั้ง 4 ราย

จากการขยายผลหลังจับกุม เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับธุรกิจของขบวนการ โดยมีการเรียกค่าบริการนำพาชาวจีนที่ต้องการลักลอบเดินทางเข้าสู่ประเทศมาเลเซียสูงถึง 65,000 บาทต่อคน นอกจากนี้ จากพยานหลักฐานพบว่าขบวนการดังกล่าวดำเนินการลักลอบนำพาคนจีนมานานกว่า 1 ปี เจ้าหน้าที่จึงประเมินว่าอาจมีเงินหมุนเวียนในเครือข่ายไม่ต่ำกว่า 6-10 ล้านบาท

พ.ต.อ.เจริญพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการกำลังของหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองหลายพื้นที่ทั่วประเทศ เพื่อขยายผลจากผู้กระทำผิดในระดับปฏิบัติการไปถึงผู้สั่งการและผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการ โดยเป้าหมายสำคัญคือการสกัดกั้นเส้นทางลักลอบนำพาคนต่างด้าวและกวาดล้างเครือข่ายให้หมดไป ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเดินหน้าขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงผู้ร่วมขบวนการรายอื่นที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบนำพาคนต่างด้าวผ่านประเทศไทยไปยังประเทศมาเลเซียต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ