นัท เปิดสาเหตุแท้จริง เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลร้องไห้หนัก จนต้่องหามส่ง รพ. อีกรอบ
นัท เปิดสาเหตุแท้จริง เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลร้องไห้หนัก จนต้่องหามส่ง รพ. อีกรอบ
ข่าวสังคม - โซเชียล

นัท เปิดสาเหตุแท้จริง เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลร้องไห้หนัก จนต้่องหามส่ง รพ. อีกรอบ

ฟังข่าวนี้

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันหนักในสังคมโซเชียล หลังจากที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก เดือน เต็มดวง ได้ทำการโพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า รู้สึกสงสารท่านจับใจกลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากฟอกไตแล้ว คนนั้นก็โทรมาถามข่าวคนนี้ก็โทรมาถามข่าว หลวงพ่อกดดันมากค่ะ วันนี้น่าเห็นใจท่านมาก ซึ่งในคลิปมีชายสามคนกำลังปลอบเจ้าอาวาสอยู่ ซึ่งเจ้าอาวาสกำลังร้องไห้อยู่ และมีเสียงผู้หญิงพูดขึ้นว่า แกกำลังกดดัน โดนกดดันทุกทาง ต่อด้วยเสียงผู้หญิงอีกคน พูดว่าหลวงพ่อขอโทษนะคะ

ล่าสุด วันที่ 16 สิงหาคม 2569 นายธนากร บุญนคร หรือ นัท อายุ 33 ปี ลูกศิษย์ใกล้ชิดที่คอยดูแลเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้เปิดเผยกับ สำนักข่าวดัง เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า ในกรณีที่พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เกิดอาการช็อกและต้องส่งโรงพยาบาลเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า

ช่วงเย็นวันที่ 15 สิงหาคม หลวงพ่อกลับจากฟอกไต มานั่งพักในกุฏิ ก็มีกลุ่มคนที่เป็นผู้ชายอายุประมาณ 60 - 70 ปี เข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อเหมือนญาติโยมที่เข้าไปปกติ พอกราบหลวงพ่อเสร็จ ชายในกลุ่มดังกล่าวก็เอ่ยตำหนิหลวงพ่อในเรื่องที่กำแพงวัดเป็นรู แล้วก็พูดซ้ำๆ หลายรอบ จี้ถามๆ หลายรอบจนหลวงพ่อหลุด

นัท กล่าวอีกว่า ช่วงระหว่างที่ชายรายดังกล่าว ถามซ้ำๆ จี้หลวงพ่อซ้ำๆ ตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย แล้วชายรายดังกล่าว ก็หันมาบอกให้ตนไปตามมรรคนายก ไปตามพระที่รู้เรื่องเกี่ยวกับวัดมา ตนถูกจี้จนเกือบหลุดเช่นกัน ซึ่งคนกลุ่มนี้มากัน 3 คน มาจัดแจงนั่นนี่ โดยไม่ได้แสดงตัวว่าเป็นใคร และตนก็ไม่อยากเอ่ยถึงคนกลุ่มนี้เช่นกัน พอหลวงพ่อถูกชายกลุ่มนี้จี้ถามเรื่องกำแพงวัดเป็นรูและเรื่องวัดรกและพูดโจมตีซ้ำๆ จนหลวงพ่อก็เครียด เพราะหลวงพ่อเหนื่อยมาจากการฟอกไต 4 ชม.ด้วย ทำให้หลวงพ่อเครียดจนออกซิเจนต่ำ ต้องไปโรงพยาบาล

นัท กล่าวต่ออีกว่า หลังจากหลวงพ่อออกจากโรงพยาบาล หลวงพ่อได้พูดว่า ถ้าหากใครอยากให้วัดพัฒนา ก็ให้แล้วเสร็จในส่วนของขั้นตอนทางศาลไปก่อน ให้ผ่านการโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัดก่อนแล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาวัดเอง อย่ามาพูดมาสั่งอย่ามาหวังดีเลย ก็ต้องยอมรับว่ามีผู้หวังดีและอยากพัฒนาวัดเยอะมาก ซึ่งหลวงพ่อก็ยืนยันว่าให้ผ่านช่วงนี้ไปก่อน และศาลฏีกาตัดสินที่ดินเป็นของวัด และโอนที่ดินมาเป็นชื่อวัด แล้วหลวงพ่อจะพาพัฒนาเอง และหลวงพ่อก็ไม่ได้มองว่าเขาประสงค์ร้าย เพราะเชื่อว่าเขาน่าจะประสงค์ดี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ