เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผบก.สส.สตม. เปิดปฏิบัติการติดตามผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายสำคัญ ซึ่งทางการเมียนมาต้องการตัว หลังได้รับการประสานจากหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดเมียนมาและสำนักงาน ป.ป.ส. ขอความร่วมมือในการติดตามตัวบุคคลตามหมายจับคดียาเสพติดรายสำคัญ

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจเอ็กซ์เรย์ Kyawe Tat Sone ประเทศเมียนมา ตรวจยึดยาบ้าประมาณ 4,980,000 เม็ด เฮโรอีน 12.387 กิโลกรัม และไอซ์ 1 กิโลกรัม รวมมูลค่าประมาณ 9.4 พันล้านจ๊าต หรือราว 150 ล้านบาท โดยทางการเมียนมาระบุว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้สั่งการที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด
ต่อมา Meiktila District Court ประเทศเมียนมา ได้ออกหมายจับเลขที่ No.11/2026 ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อให้ติดตามตัวมาดำเนินคดี
จากการตรวจสอบประวัติการเดินทางของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าผู้ต้องหารายนี้เดินทางเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ด้วยเที่ยวบิน TG324 เส้นทางนิวเดลี–ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรโดยอาศัยเหตุครอบครัวของคนต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทย

หลังได้รับการประสานข้อมูล สตม. ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ส. ลงพื้นที่สืบสวนและแกะรอยติดตามตัว กระทั่งพบเบาะแสว่าผู้ต้องหารายนี้หลบซ่อนอยู่ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9 กรุงเทพมหานคร จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและจับกุมตัวได้ภายในห้องพัก
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบทรัพย์สินหลายรายการ อาทิ นาฬิกาและกระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาครอบครองรถยนต์ Lexus ซึ่งติดแผ่นป้ายทะเบียนประมูล นอกจากนี้ การตรวจสอบเอกสารยังพบกรรมสิทธิ์ห้องชุดคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 9 อีกแห่ง โดยมีชื่อผู้ต้องหาเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ และถูกนำออกให้เช่า

เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องไว้ตรวจสอบ รวมมูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดด้านยาเสพติดและการฟอกเงิน
เบื้องต้น สตม. ได้ประสานสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว รวมถึงตรวจสอบบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการต่อไป
เลือกประเภทคุกกี้ที่อนุญาตให้เว็บไซต์ใช้ได้ เปลี่ยนการตั้งค่าได้ทุกเมื่อจากลิงก์ "ตั้งค่าคุกกี้" ท้ายเว็บ