เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 ความคืบหน้ากรณีการเสียชีวิตของ นายศักดิ์กรินทร์ วิชาจารย์ หรือ ครูพี่หนึ่ง พนักงานราชการ สังกัดเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุถูกสัตว์ป่าทำร้ายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ บริเวณลำห้วยทับเสลา อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่พบรอยเท้าเสือโคร่งในพื้นที่ใกล้จุดเกิดเหตุ จึงเร่งตรวจสอบข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ (Camera Trap) เพื่อระบุตัวสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว
ผลการตรวจสอบจากทีมวิจัยเสือโคร่งยืนยันว่า สามารถระบุตัวเสือโคร่งที่ปรากฏในพื้นที่ได้แล้ว โดยอาศัยฐานข้อมูลภาพถ่ายและพฤติกรรมการใช้พื้นที่ของเสือโคร่งในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง พบว่าบริเวณดังกล่าวเป็นเส้นทางหากินประจำของ อภิญญา เสือโคร่งเพศเมีย อายุ 8 ปี ซึ่งอาศัยอยู่พร้อมลูกเสือคอกที่ 2 จำนวน 3 ตัว อายุประมาณ 1 ปี 6 เดือน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลกล้องดักถ่าย พบว่า ภายหลังเกิดเหตุ ลูกเสือโคร่ง 1 ใน 3 ตัวของแม่เสือ อภิญญา ได้ย้อนกลับมายังจุดที่เกิดเหตุเพียงลำพัง ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมตามธรรมชาติของเสือโคร่งที่มักย้อนกลับมายังจุดล่าเหยื่อหลังจากจับเหยื่อได้
นักวิจัยประเมินว่า ในวันเกิดเหตุ ลูกเสือโคร่งตัวดังกล่าวเดินผ่านเข้ามาในบริเวณที่เจ้าหน้าที่นอนพักอยู่ ซึ่งผู้เสียชีวิตอยู่ในลักษณะนอนราบกับพื้น ทำให้เสืออาจเข้าใจผิดว่าเป็นเหยื่อ เนื่องจากมีรูปร่างคล้ายสัตว์ที่เสือล่าเป็นอาหารตามธรรมชาติ ประกอบกับลูกเสือวัยประมาณ 1 ปี 6 เดือน ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้ทักษะการล่าและมีความอยากรู้อยากเห็นสูง จึงอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ครั้งนี้
ทีมวิจัยระบุเพิ่มเติมว่า โดยธรรมชาติแล้วเสือโคร่งมักหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้อาคารหรือพื้นที่ที่มีมนุษย์อาศัยอยู่ และหากพบการเคลื่อนไหวของคน จะรีบหลบหนีทันที จึงมองว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์เฉพาะหน้า มากกว่าจะเป็นพฤติกรรมการล่ามนุษย์โดยตรง
ขณะเดียวกัน ชุดนักวิจัยเสือโคร่งได้ลงพื้นที่ประชุมและวางแผนติดตามสถานการณ์อย่างละเอียด โดยเบื้องต้นเชื่อว่า เสือที่ก่อเหตุเป็นลูกเสืออายุราว 1 ปีเศษ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบและประเมินเพิ่มเติม
ด้านเพจ Thailand Tiger Project DNP ได้เผยแพร่ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ โดยระบุว่า จุดเกิดเหตุหรือ ครัวมะขาม เป็นอาคารเปิดโล่ง มีราวกั้นเตี้ยล้อมรอบ ภายในเป็นพื้นที่นั่งพักและมีช่องสำหรับเข้าออก ส่วนด้านข้างอาคารเป็นเส้นทางที่พบรอยตีนเสือโคร่งสัญจรเป็นประจำ และในอดีตเจ้าหน้าที่เคยใช้บริเวณดังกล่าวเป็นสถานที่พักค้างคืน โดยในคืนเกิดเหตุ นายศักดิ์กรินทร์ได้กางมุ้งนอนบนพื้นอาคาร พร้อมเปิดพัดลม
การตรวจสอบสภาพพื้นที่หลังเกิดเหตุ พบขนเสือหลุดอยู่บริเวณที่นอน และพบร่องรอยที่บ่งชี้ว่าเสือสามารถคาบร่างผู้เสียชีวิตข้ามราวกั้นออกไปได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ได้เดินผ่านช่องทางเข้าออกตามปกติ นอกจากนี้ ไม่พบคราบเลือดบริเวณจุดนอน ขณะที่ห่างจากอาคารประมาณ 15 เมตร พบมุ้งสีเขียวเปื้อนเลือดตกอยู่ แต่ระหว่างเส้นทางเคลื่อนย้ายร่างก็ไม่พบหยดเลือดหรือคราบเลือด กระทั่งถึงจุดที่พบร่างผู้เสียชีวิต ซึ่งมีร่องรอยถูกกัดกิน และเลือดแห้งแล้ว
ทีมวิจัยยังอธิบายว่า จากการติดตามพฤติกรรมเสือโคร่งมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าเสือจะหลีกเลี่ยงมนุษย์ที่มีการเคลื่อนไหว เช่น หากพบคนกำลังนั่งอยู่ เมื่อบุคคลนั้นลุกขึ้นหรือขยับตัว เสือจะรีบหลบหนีทันที ดังนั้น การที่เสือสามารถคาบผู้เสียชีวิตออกจากจุดนอนได้โดยแทบไม่มีร่องรอยการดิ้นรนหรือการต่อสู้ จึงเป็นประเด็นที่ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติม
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ยังจำเป็นต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์อย่างเป็นทางการ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการสรุปสาเหตุของเหตุการณ์ และกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันในอนาคต พร้อมย้ำว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ใช่พฤติกรรมตามธรรมชาติของเสือโคร่งที่จงใจล่ามนุษย์เป็นอาหาร แต่เป็นกรณีผิดปกติที่ต้องอาศัยการศึกษาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านก่อนสรุปผลอย่างเป็นทางการ