วันที่ 5 สิงหาคม 2569 จากกรณีเกิดเหตุเสือโคร่งภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เข้ามาทำร้ายและลากพนักงานราชการซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ขณะนอนพักผ่อนในช่วงเช้ามืด บริเวณอาคารภายในที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จนสร้างความตกใจให้กับวงการอนุรักษ์และสังคมเป็นอย่างมาก
ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผย ว่า เหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วเสือโคร่งมักหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมนุษย์ พร้อมระบุว่า เท่าที่ตนจดจำได้ เหตุการณ์ในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2541 ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

นายอรรถพลเล่าย้อนว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นในช่วงเย็น โดยลูกจ้างของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่รายหนึ่งถูกเสือโคร่งเพศเมีย อายุประมาณ 10 ปี เข้าทำร้ายบริเวณแขนขวา ขณะกำลังซักผ้าอยู่หลังบ้านพักลำตะคอง ก่อนที่เจ้าหน้าที่อีกคนจะยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อขับไล่ จนเสือหลบหนีไปได้
อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่พบพฤติกรรมเสือโคร่งออกจากป่ามาทำร้ายมนุษย์ ทำให้รู้สึกประหลาดใจ เพราะปกติเสือจะไม่กล้าเข้าใกล้คน แม้อาจเข้ามาล่าและลากสัตว์เลี้ยงไปกินเป็นครั้งคราวก็ตาม

ทั้งนี้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสาเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นขณะเจ้าหน้าที่ผู้เสียชีวิตกำลังนอนพักและไม่มีการเคลื่อนไหว จึงอาจทำให้เสือมองว่าเป็นเป้าหมายที่อ่อนแอและไม่สามารถต่อสู้ได้ อีกทั้งคาดว่าเสืออาจเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่อยู่ระยะหนึ่ง ก่อนตัดสินใจเข้าจู่โจม
ส่วนประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า เสือโคร่งอาจก่อเหตุเพราะขาดแคลนอาหารนั้น นายอรรถพลเห็นว่า มีความเป็นไปได้น้อย เนื่องจากพื้นที่ป่าห้วยขาแข้งยังคงมีสัตว์ป่าซึ่งเป็นเหยื่อของเสืออาศัยอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงกล้องดักถ่ายสัตว์ป่า (Camera Trap) เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมของเสือก่อนและขณะเกิดเหตุอย่างละเอียด
พร้อมกันนี้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้มีคำสั่งปิดพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นการชั่วคราว เพื่อเร่งติดตามหาเสือโคร่งตัวที่ก่อเหตุ โดยให้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้สัตว์เกิดพฤติกรรมเคยชินกับการทำร้ายมนุษย์ เพราะหากปล่อยไว้ อาจกลับมาก่อเหตุซ้ำและสร้างอันตรายต่อเจ้าหน้าที่ รวมถึงประชาชนในอนาคต
นายอรรถพลกล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ร่วมกับนักวิจัยเสือโคร่งจากสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ กำลังระดมกำลังตรวจสอบข้อมูลจากกล้องดักถ่ายสัตว์ป่าทุกจุด เพื่อระบุตัวเสือโคร่งที่ก่อเหตุให้ได้โดยเร็ว พร้อมประกาศงดกิจกรรมต่าง ๆ ภายในพื้นที่ไว้ก่อน จนกว่าจะสามารถติดตามและควบคุมสถานการณ์ได้เรียบร้อย

ด้านนางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเป็นเจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่หลักๆ ด้านสื่อความหมาย-ประชาสัมพันธ์ให้กับนักท่องเที่ยว ทราบล่าสุดจากเพื่อนร่วมงาน ว่าช่วงเช้าทางเพื่อนร่วมงานไม่เห็นนายศักรินทร์หรือผู้เสียชีวิตมาปฏิบัติหน้าที่ จึงได้ออกตามหากระทั่งไปพบคราบเลือดอยู่บริเวณใต้เปล จึงได้พากันเข้าป่าตรวจสอบ กระทั่งไปพบร่างนายศักรินทร์เสียชีวิตแล้วติดกับลำห้วย ห่างจากจุดศาลาพัก ปฏิบัติหน้าที่ ไกลกว่าประมาณ 200 เมตร

เบื้องต้นทราบว่า สัตว์ที่ทำร้ายผู้เสียชีวิตเป็นเสือ แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นตัวไหน อยู่ระหว่างการแกะรอยตามกล้องวงจรปิด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตอยู่ระหว่างนำร่างผู้เสียชีวิตส่งตรวจโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์อีกครั้ง ส่วนในเรื่องของการเยียวยาทางเราจะดำเนินการดูแลสิทธิประโยชน์และสวัสดิการของครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่

จากการสอบถามเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทัยธานีจุดลานสัก ชื่อนายประสูตร พูนสุขเสริม เปิดเผยว่า ขณะที่เข้าไปรับศพด้านในป่า ติดกับลำห้วย ต้องเดินเท้าเปล่าไปไกล ห่างจากจุดศาลาที่ผู้เสียชีวิตพัก ประมาณ 200 เมตร จากบาดแผลที่พบ คาดว่าถูกเสือทำร้าย ขณะนี้อยู่ระหว่างนำ ร่างผู้เสียชีวิตส่งพิสูจน์ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ต่อไป