สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม. หลังพบรอยเท้า เสือโคร่ง ออกล่าทำร้ายวัวชาวบ้าน
สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม. หลังพบรอยเท้า เสือโคร่ง ออกล่าทำร้ายวัวชาวบ้าน
ข่าวภูมิภาค

สั่งเฝ้าระวัง 24 ชม. หลังพบรอยเท้า เสือโคร่ง ออกล่าทำร้ายวัวชาวบ้าน

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้รายงานกรณีสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) สนธิกำลังร่วมกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ และหน่วยงานในพื้นที่ เข้าตรวจสอบเหตุเสือโคร่งทำร้ายวัวของชาวบ้านในพื้นที่ อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ พร้อมติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ และจัดกำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความอุ่นใจให้แก่ประชาชนในชุมชน

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 09.45 น. เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งได้รับการประสานจากหน่วยป้องกันรักษาป่า นว.1 กรมป่าไม้ และกำนันตำบลแม่เปิน หลังได้รับแจ้งจากนายประเสริฐ มุกดาหาร ชาวบ้านในพื้นที่ว่า วัวที่เลี้ยงไว้ถูกสัตว์ป่าทำร้ายและลากหายไปจากบริเวณคอกเลี้ยงสัตว์ หมู่ที่ 24 ต.แม่เปิน อ.แม่เปิน จ.นครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ดำเนินโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ

ต่อมา นางชยาภร อามระดิษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 พร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์และป้องกันทรัพยากร นายอำเภอแม่เปิน เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพิสูจน์ร่องรอยบริเวณจุดเกิดเหตุทันที จากการตรวจสอบพบรอยเท้าสัตว์ป่าที่มีลักษณะชัดเจนว่าเป็นเสือโคร่ง โดยอุ้งเท้ามีความกว้างประมาณ 9 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังพบรอยลากเหยื่อเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ก่อนพบซากวัวอยู่ภายในไร่มันสำปะหลัง มีร่องรอยถูกกัดและแทะบริเวณก้นกับสะโพก

นางชยาภร เปิดเผยว่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่เป็นอันดับแรก จึงสั่งการให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งร่วมกับสถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เคลื่อนย้ายซากวัวไปไว้บริเวณชายป่าใกล้เคียง พร้อมติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพอัตโนมัติ หรือ Camera Trap เพื่อยืนยันพฤติกรรมและระบุตัวตนของเสือโคร่งตัวดังกล่าว ขณะเดียวกัน ตั้งแต่ช่วงค่ำเป็นต้นไป เจ้าหน้าที่ได้จัดชุดปฏิบัติการลาดตระเวนและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้เสือโคร่งเข้าใกล้เขตชุมชน และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและสัตว์เลี้ยง

ทั้งนี้ พื้นที่ป่าห้วยขาแข้งและผืนป่าตะวันตกถือเป็นแหล่งอาศัยสำคัญของเสือโคร่ง และมีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศสูง อย่างไรก็ตาม สัตว์ป่าอาจออกมานอกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ได้จากหลายปัจจัย เจ้าหน้าที่จึงประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้นำสัตว์เลี้ยงเข้าคอกที่แข็งแรงและมิดชิด หลีกเลี่ยงการปล่อยสัตว์เลี้ยงออกหากินใกล้แนวชายป่า รวมถึงงดเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงในช่วงเวลากลางคืน

สำหรับการดำเนินการในขั้นต่อไป เจ้าหน้าที่จะรวบรวมข้อมูลจากกล้องดักถ่ายภาพมาวิเคราะห์พฤติกรรมและประเมินทิศทางการเคลื่อนที่ของเสือโคร่ง เพื่อวางแผนผลักดันให้กลับเข้าสู่ป่าลึก โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและสัตว์ป่าเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ