เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวณอาคาร 75 ปี โรงพยาบาลสุรินทร์ พบกับครอบครัวของนายภัทร จันเมี๊ยะ อายุ 33 ปี ชาวอำเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งป่วยด้วยโรคไตเสื่อม ทำให้ไตทำงานผิดปกติ และรักษาอาการมาเป็นเวลานาน 10 ปี จนกระทั่งไตไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ต้องล้างไตทางหน้าท้องมาตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา
ด้านนายณรงค์ จันเมี๊ยะ อายุ 55 ปี ผู้เป็นพ่อ เกิดความสงสารลูกชาย จึงตัดสินใจมอบชีวิตใหม่ให้กับลูกชาย ด้วยการสละไตหนึ่งข้างเพื่อบริจาคให้ลูก โดยครอบครัวได้หารือและประสานไปยังทีมแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก่อนร่วมดำเนินการกับบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลสุรินทร์ จนสามารถผ่าตัดและปลูกถ่ายไตได้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี

ขณะนี้นายภัทรมีอาการฟื้นตัวดี โดย นพ.ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ พร้อมทีมบุคลากรทางการแพทย์ ยังคงดูแลและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด จนอาการของผู้รับไตดีขึ้นตามลำดับ

นายณรงค์ ผู้เป็นพ่อ ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ พร้อมเปิดเผยว่า ลูกชายป่วยด้วยโรคเกี่ยวกับไตจนไตเสื่อม และในฐานะพ่ออยากมอบชีวิตใหม่ให้กับลูก จึงได้หารือกับครอบครัว ก่อนตัดสินใจดำเนินการปลูกถ่ายไตให้ลูกชายจนประสบความสำเร็จ โดยรู้สึกดีใจ แม้จะเป็นความเจ็บปวด แต่ถือเป็นการให้ชีวิตใหม่กับลูกชาย พร้อมขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสุรินทร์ และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ร่วมกันทำให้การปลูกถ่ายไตจากพ่อสู่ลูกสำเร็จ

หลังการปลูกถ่ายไต อาการของนายภัทรดีขึ้นตามลำดับ สามารถปัสสาวะได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าก่อนการรักษา โดยครอบครัวต่างรู้สึกขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลสุรินทร์และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ร่วมกันมอบโอกาสและชีวิตใหม่ให้กับลูกชาย

นพ. ชวมัย สืบนุการณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์กล่าวว่า เขตสุขภาพที่ 9 ได้มอบนโยบายและสนับสนุนโรงพยาบาลที่มีศักยภาพให้สามารถดำเนินการปลูกถ่ายไตได้ โดยโรงพยาบาลสุรินทร์มีศักยภาพและเป็นหนึ่งในศูนย์รับบริจาคอวัยวะชั้นนำของเขตสุขภาพและประเทศ การพัฒนาให้เป็นหน่วยปลูกถ่ายไตจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับจัดสรรอวัยวะ และลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยในจังหวัดสุรินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งการปลูกถ่ายไตมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยต่อชีวิตและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติ

งบประมาณที่ลงทุนถือว่าคุ้มค่า เพราะเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ดังเช่นกรณีผู้บริจาคไตให้บุตร ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ทีมงานเป็นอย่างมาก ในโอกาสครบรอบ 75 ปี โรงพยาบาลสุรินทร์ได้ตั้งเป้าหมายในการพัฒนาศักยภาพด้านการปลูกถ่ายอวัยวะ และขณะนี้สามารถดำเนินการได้สำเร็จตามแนวทางที่กำหนดไว้