ทนายเผยคำพูดแรกของพี่สาวเจ้าของโรงเบียร์ หลังเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ทนายเผยคำพูดแรกของพี่สาวเจ้าของโรงเบียร์ หลังเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ข่าวสังคม - โซเชียล

ทนายเผยคำพูดแรกของพี่สาวเจ้าของโรงเบียร์ หลังเกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้ ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ฟังข่าวนี้

รายการ โหนกระแส วันนี้ 16 กรกฎาคม 2569 ยังคงติดตามความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยประเด็นหลักของรายการคือเรื่อง การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ และความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างกันในสังคม ทั้งฝ่ายที่มองว่าโรงเบียร์ควรเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ฝ่ายที่เห็นว่าภาครัฐควรเข้ามาช่วยเหลือ และอีกส่วนที่มองว่าไม่ควรใช้งบประมาณของรัฐ เนื่องจากเป็นเหตุที่เกิดขึ้นจากการไปใช้บริการสถานบันเทิง นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประเด็นการนำเงินประกันอัคคีภัยมาใช้เยียวยาผู้เสียหาย ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ และสำนักงาน คปภ. จะตีความในเรื่องนี้อย่างไร

ผู้ร่วมรายการประกอบด้วย คุณเปิ้ล เพื่อนของผู้เสียชีวิตที่เป็นสามีภรรยา, คุณไอซ์ หัวหน้าวงทศกัณฐ์, คุณแฟรงค์ ฝ่ายประสานงานช่วยเหลือ, ทนายพรศักดิ์ วิภาสอาภานนท์ (ทนายตุ๋ย) ในฐานะทนายคนกลาง, นายนิธิรุจน์ เจติยาธีรนันท์ ทนายความของฝั่งโรงเบียร์, นายอดิศร พิพัฒน์วรพงษ์ รองเลขาธิการ คปภ. รวมถึงกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิต ได้แก่ คุณเอ็ม คุณแบงค์ คุณบุ๊ค และน้องชายของ "บรีส" นักร้องวงทศกัณฐ์

คุณไอซ์เปิดใจถึงการสูญเสีย "ดิน" สมาชิกในวงที่เสียชีวิตในเวลาต่อมา โดยเล่าว่า หลังจากหลายวันแห่งการติดตามหา จึงทราบว่าดินรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ระหว่างนั้นตนกำลังจัดงานศพของแฟนสาว ก่อนที่แม่ของดินจะโทรศัพท์มาขอให้ไปเยี่ยมลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย เพราะเชื่อว่าดินยังรอพบพี่ ๆ อยู่

เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ดินยังมีชีวิตแต่ไม่รู้สึกตัว คุณไอซ์ได้บอกลา พร้อมขอให้น้องไม่ต้องทรมานอีก และฝากให้ไปดูแลเพื่อนร่วมวงอีก 3 คนที่จากไปก่อนหน้า รวมทั้งให้คำมั่นว่าจะช่วยดูแลครอบครัวและแม่ของดินแทน หลังจากออกจากห้อง ICU ไม่นาน ช่วงเย็นวันเดียวกัน แม่ของดินก็โทรมาแจ้งข่าวว่าน้องเสียชีวิตแล้ว

แพทย์ระบุว่า ดินถูกไฟไหม้ตามร่างกายกว่า 80% อีกทั้งสูดดมความร้อนเข้าไปจนเกิดภาวะปอดและไตวาย ก่อนจากไปในที่สุด

ด้าน คุณเปิ้ล ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุนั่งอยู่โต๊ะด้านหลังร้าน แต่เนื่องจากชอบการแสดงของวงดนตรี จึงชวนคู่สามีภรรยา คือ "ลี่" และ "ไอซ์" ย้ายมานั่งใกล้เวทีมากขึ้น เพื่อชมการแสดงอย่างใกล้ชิด

ระหว่างนั้นเธอเริ่มได้กลิ่นไหม้และรู้สึกหายใจไม่สะดวก จึงชวนเพื่อนอีกคนออกมาด้านนอก ขณะที่กำลังรอเพื่อนซึ่งกลับเข้าไปหยิบโทรศัพท์ ก็สังเกตเห็นควันลอยออกมาจากหลังคา จึงรีบสะกิดการ์ดหน้าร้านให้ดู

ไม่นานหลังจากนั้น เธอเห็นประกายไฟคล้ายไฟฟ้าช็อตบริเวณใกล้มือกลองหรือมือเบส ก่อนที่ไฟจะลุกลามอย่างรวดเร็ว ภายในร้านมืดลงทันทีและผู้คนเริ่มแตกตื่น น้องที่รอดชีวิตพยายามวิ่งกลับเข้าไปช่วยเพื่อน แต่ไม่สามารถฝ่าควันและเปลวไฟเข้าไปได้

คุณเปิ้ลยอมรับว่าพยายามจะวิ่งกลับเข้าไปช่วยทั้งสองคน เพราะรู้สึกว่าตนเองเป็นคนชวนให้ย้ายโต๊ะมาใกล้เวที ทั้งคู่มีลูกชายด้วยกัน 2 คน อายุ 6 ขวบ และ 4 ขวบ อีกทั้งเพิ่งกลับมาปรับความเข้าใจกันได้ไม่นานก่อนเกิดเหตุ

เธอพยายามทุบกระจกด้านข้างร้านเพื่อให้ทั้งคู่ได้ยินและหาทางออก แต่ควันหนาทึบจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ กระทั่งนั่งหมดแรงอยู่บริเวณทางเข้าด้านหลัง จึงเห็นเจ้าหน้าที่เข็นร่างผู้บาดเจ็บที่หมดสติจากการสำลักควันออกมา และเมื่อถึงเกาะกลางถนน เจ้าหน้าที่ได้นำผ้าขาวมาคลุมร่างไว้

ขณะที่ ทนายนิธิรุจน์ เปิดเผยว่า ตนเองได้รับการติดต่อจากพี่สาวของเจ้าของร้าน บอกว่าให้ดูเรื่องที่เป็นข่าวอยู่ ซึ่งตนดูแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อไปพบกับพี่สาว ภาพแรกที่เห็นเลยคือเขาน้ำตาไหล แล้วพี่สาวพูดประโยคแรกว่า เรื่องนี้จะเป็นตราบาปของน้องชายของเขา และครอบครัวเขา

จากการพูดคุย ทราบว่าเจ้าของร้านมีทรัพย์สินบางส่วนที่พร้อมนำมาใช้ช่วยเหลือผู้เสียหาย แต่ทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับกิจการยังต้องรอเจ้าของร้านลงนามในเอกสาร จึงเป็นที่มาของการมอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิต รายละ 10,000 บาท

ทนายยืนยันว่า ได้ชี้แจงกับญาติผู้เสียชีวิตทุกครอบครัวอย่างชัดเจนว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นด้วยความจริงใจ และ จะไม่กระทบหรือตัดสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายหรือการเยียวยาในส่วนอื่น ๆ ตามกฎหมาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ