ไม่รอด! ตำรวจฟัน 5 ข้อหาหนัก เจ้าของโรงเบียร์ลาดพร้าว หลังพบหลักฐานสำคัญ
ไม่รอด! ตำรวจฟัน 5 ข้อหาหนัก เจ้าของโรงเบียร์ลาดพร้าว หลังพบหลักฐานสำคัญ
ข่าวสังคม - โซเชียล

ไม่รอด! ตำรวจฟัน 5 ข้อหาหนัก เจ้าของโรงเบียร์ลาดพร้าว หลังพบหลักฐานสำคัญ

ฟังข่าวนี้

จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้ร้าน โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต รวม 37 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 70 ราย เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจและเป็นประเด็นใหญ่ในเรื่องความปลอดภัยของสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ ทางพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินตามขั้นตอนของกฎหมาย

วันนี้ (7 ส.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ สน.พหลโยธิน พลตำรวจตรี เกียรติกุล ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล 2  (ผบก.น.2) ได้เรียกประชุม พ.ต.อ.อิสระ ณ พัทลุง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ พ.ต.อ.ธิติพงษ์ ภิวัฒน์วุฒิกุล พ.ต.อ.นิมิตร นูโพนทอง รอง ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น. พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ร่วมกันแถลงสรุปผลความคืบหน้าทางคดี

โดย พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยว่า จากคดีดังกล่าวทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ดำเนินการมาโดยตลอด จึงมีการนำสำนวนการสอบสวน เสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้อง

พ.ต.อ.อิสระ รอง ผบก.น.2 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำ รวม 211 ปาก จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนนำมาพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุของเพลิงไหม้จนได้ข้อสรุป จากพยานหลักฐาน ผู้กระทำความผิดคือ เจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ความผิดฐาน กระทำการเพลิงไหม้โดยประมาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท, กระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท, และกระทำผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และ กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 10,000 บาท และข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ นอกจากนี้ยังผิดข้อหาในส่วนของการเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยวันนี้ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำพยานหลักฐาน ซึ่งค่อนข้างครบถ้วนถูกต้องสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา

พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยว่า เบื้องต้น ดำเนินคดีกับ เจ้าของร้าน คือ นายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเบียร์ ทั้งในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว สำหรับหุ้นส่วนมีทั้งหมด 4-5 คน ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่พบว่ามีส่วนในการบริหาร จึงนำสำนวนทั้งหมด รวม 7 แฟ้ม ส่งให้พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณา

พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยอีกว่า จัดการรวบรวมพยานหลักฐานเน้นไปที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ซึ่งพบว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรโดยมีการ ดัดแปลงการใช้ไฟฟ้า จนเกิดไฟช็อตและลุกลามไปที่วัสดุซับแผ่นกันเสียง จนเกิดเหตุเพลิงไหม้ ประกอบกับรูปแบบลักษณะของร้านไม่เอื้ออำนวย ต่อการเกิดอัคคีภัยและจะหลบหนีได้โดยง่าย เนื่องจากมีการวางโต๊ะเป็นจำนวนมากและประตูต่างๆ ที่ควรจะเป็นทางหนีไฟ แต่กลับมีการ ตั้งวางสิ่งของ และปิดล็อค หรืออยู่ในลักษณะ ที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจากการสอบปากคำ ทางพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ พบว่าเป็นความประมาทของเจ้าของร้านที่ไม่ใช้ความระมัดระวัง ผิดวิสัยของผู้ประกอบการในลักษณะนี้จึงมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ