นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ (พี่เต้) พร้อม "นัท" ผู้สมัคร ส.ก. กลุ่มกรุงเทพฯ บินได้ และจิตอาสาหนุ่ม เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 3 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย ข้อหาครอบครองวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต, การนำเสนอข้อมูลคลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และข้อหาแสดงตนและกระทำตนเป็นเจ้าพนักงาน หลังจากที่เจ้าตัวได้รีบบึ่งรถจากรังสิตเพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ไฟไหม้สถานบันเทิงแห่งหนึ่งในเขตจตุจักร ก่อนที่เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่โดยตรงจะไปถึงเสียด้วยซ้ำ

ทางด้าน "นัท จิตอาสา" ได้เปิดเผยว่า ตนน้อมรับความผิดพลาดทุกประการที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชุดแต่งกาย อุปกรณ์เซฟตี้ หรือการเดินตามคณะของนายกรัฐมนตรีในวันเกิดเหตุ
พร้อมทั้งกราบขออภัยพี่ๆ ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ต้องมาเหนื่อยกับคดีนี้ รวมถึงครอบครัวที่เป็นห่วง อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า "ไม่ท้อแท้แน่นอน" และจะยังคงเดินหน้าทำงานจิตอาสาช่วยเหลือสังคมต่อไป เพราะสโลแกนประจำใจของตนคือ “เห็นคนอื่นมีความสุข นั่นคือความสุขของผม”

ขณะที่ เต้ มงคลกิตติ์ ชี้ว่านัทคือพลเมืองดีที่ยอมเสียสละเอาชีวิตตัวเองเข้าไปเสี่ยงในพื้นที่อันตรายนานกว่า 4-5 ชั่วโมงเพื่อช่วยชีวิตคน ทั้ง ๆ ที่ไม่มีชุดดับเพลิงเต็มยศ แต่ต้องกลับมาถูกดำเนินคดีแบบนี้ ซึ่งตนมองว่าไม่ยุติธรรม
พร้อมตั้งคำถามเดือดไปถึงบรรดา ส.ส. และ ส.ก. ในพื้นที่ รวมถึงพรรคคู่แข่งว่า ในยามที่ประชาชนเดือดร้อนรุนแรงขนาดนี้หายไปไหนกันหมด ทำไมจิตอาสาที่ไม่มีแม้แต่เงินเดือนถึงไปถึงที่เกิดเหตุและเผชิญหน้ากับความเสี่ยงได้รวดเร็วกว่าคนที่มีหน้าที่โดยตรง

ทั้งนี้ ทางทีมกฎหมายพร้อมต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของ "นัท" ในอีก 15 วันข้างหน้า และพี่เต้ยังได้ฝากทิ้งท้ายไปถึงพนักงานสอบสวนและนายกรัฐมนตรี ให้เร่งไปตรวจสอบและดำเนินคดีกับคณะกรรมการที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการอนุมัติเปิดสถานบันเทิงดังกล่าวด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
ผู้สื่อข่าวสยามนิวส์ รายงาน