เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้นำร่างของ น.ส.ญดากานต์ หรือ อุ้ม อายุ 32 ปี หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว มาบำเพ็ญกุศลยังวัดใหม่ไทยเจริญ ตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเธอ เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา
ก่อนหน้านี้ น.ส.ญดากานต์ เคยเป็นอาสากู้ภัยมาก่อน ทางมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจึงได้ติดต่อประสานงานมายังหน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ เพื่อมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 20,000 บาท ให้แก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น
ขณะเดียวกัน บนโลกออนไลน์ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความไว้อาลัยต่อการจากไปของ อาสาอุ้ม เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะจากเพจเฟซบุ๊ก จุดบริการประตูเมือง มูลนิธิสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และร่วมส่งดวงวิญญาณ นางสาวญดากานต์ บำรุงภักดิ์ดี อดีตอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างขอนแก่นสามัคคีอุทิศ จุดบริการประตูเมือง ผู้ซึ่งประสบเหตุเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทุกครอบครัว รวมถึงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ทุกท่าน ด้วยรักและอาลัยยิ่ง

เช่นเดียวกับ เพจเฟซบุ๊ก หน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมส่งดวงวิญญาณ นางสาวญดากานต์ บำรุงภักดี นามเรียกขาน อาสาอุ้ม ซึ่งเคยเป็นอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยร่วมใจ กาฬสินธุ์ จุดบริการห้วยผึ้ง และยังเป็นอดีตอาสาสมัครหน่วยกู้ภัยบัวขาว มูลนิธิเจ้าปู่บัวขาว โดยระบุว่า อาสาอุ้ม เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและเป็นกำลังใจให้แก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน

นางบุญทรง อายุ 55 ปี มารดาของ น.ส.ญดากานต์ เปิดเผยด้วยความอาลัยว่า ลูกสาวเป็นคนมีจิตอาสาและชอบช่วยเหลือผู้อื่น เคยทำหน้าที่อาสากู้ภัยในจังหวัดกาฬสินธุ์และขอนแก่นเป็นเวลาหลายปี กระทั่งมีบุตรชายอายุ 13 ปี ซึ่งตนเป็นผู้ดูแลอยู่ จึงแนะนำให้ลูกสาวยุติงานอาสาและเดินทางไปทำงานในกรุงเทพมหานคร เพื่อหารายได้ส่งเสียบุตรชายให้ได้เรียนหนังสือ