เมื่อเวลา 12.55 น. วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่ลูกเรือสายการบินไทยรายหนึ่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียจับกุมในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติด โดยนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นอย่างแข็งกร้าวต่อพฤติกรรมดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ 'คิดสั้นมาก' และยืนยันหนักแน่นว่าประเทศไทยไม่ใช่เส้นทางผ่านของการขนส่งยาเสพติด
นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้แล้ว โดยในวันนี้ (2 ก.ค.) เวลา 13.30 น. เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) จะเข้าชี้แจงรายละเอียดและหารือแนวทางข้อสั่งการที่เหมาะสม จากนั้นในวันพรุ่งนี้ (3 ก.ค.) นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งรวมถึง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน), สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสถาบันการบินพลเรือน เพื่อหารือมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มข้น
เมื่อถูกถามถึงผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประเทศ นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า การลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดเป็นเรื่องที่ไม่ดีและส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีการกำชับและดำเนินการให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น โดยยอมรับว่าการตรวจสัมภาระในปัจจุบันเน้นการตรวจโลหะเป็นหลัก หากมีการตรวจกระเป๋าอย่างละเอียดอาจเกิดปัญหาตามมาได้ และในกรณีที่ผู้กระทำผิดเป็นลูกเรือของสายการบิน ยิ่งต้องมีการกำหนดวิธีการและตั้งกฎเกณฑ์เพิ่มเติมให้รัดกุม
ส่วนข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่าประเทศไทยอาจเป็นทางผ่านในการขนส่งยาเสพติด นายกรัฐมนตรีได้ยืนกรานปฏิเสธ โดยชี้แจงว่าประเทศไทยมีการปราบปรามและทำลายยาเสพติดจำนวนมาก รัฐบาลให้การสนับสนุนเครื่องตรวจจับและเครื่องเอ็กซเรย์อย่างเต็มที่ ผู้ที่เลือกกระทำผิดจะต้องรับผลจากการกระทำของตน และโทษสำหรับการครอบครองยาเสพติดในประเทศไทยนั้นมีความรุนแรงมาก เช่น การครอบครองเพียง 20-30 เม็ดก็อาจถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต โดยไม่มีโอกาสได้รับการนิรโทษกรรม
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า เป้าประสงค์ของการประชุมทั้งหมดคือการ 'ขันน็อตและปิดซีลทุกจุดที่มีรอยรั่ว' เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบขนยาเสพติดผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เครื่องบินพาณิชย์ ซึ่งเป็นการกระทำที่แสดงถึงการ 'คิดสั้นมาก' ของผู้ก่อเหตุ
ชมคลิป