จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้มีการโพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดตามหาผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ลักษณะคล้ายไรเดอร์ ซึ่งขี่รถชนเด็กชายที่กำลังวิ่งข้ามถนนบริเวณคลองบางไผ่ ก่อนขับรถออกจากที่เกิดเหตุ โดยระบุข้อความตามหาคนขับรถ PCX ที่ชนเด็กแล้วหลบหนี เพื่อให้ติดต่อเข้ามาพูดคุยกัน พร้อมขอให้ผู้ที่รู้จักหรือมีเบาะแสช่วยแจ้งข้อมูล
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ได้มีชาวโซเชียลเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก โดยบางส่วนมองว่าเด็กเป็นฝ่ายผิดที่วิ่งตัดหน้ารถกะทันหัน ขณะที่อีกหลายคนเห็นว่าแม้เด็กจะมีส่วนผิด แต่ผู้ขับขี่ก็ควรหยุดลงมาสอบถามอาการหรือพูดคุยกับผู้ปกครองก่อน ไม่ควรขับรถออกไปจากจุดเกิดเหตุ
ล่าสุด วันที่ 25 มิ.ย. 2569 น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 27 ปี มารดาของ ด.ช.พัด อายุ 8 ขวบ นักเรียนชั้น ป.3 ผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอาศัยแถวบริเวณถนนเลียบคลองบางไผ่ ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุลูกชายกำลังตกปลาเล่นอยู่กับเพื่อนบริเวณหน้าบ้าน ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ จากนั้นลูกชายได้ขอไปเอาขนมปังที่บ้านเพื่อนภายในหมู่บ้าน โดยมีผู้ปกครองของเพื่อนขี่รถจักรยานยนต์พาไปส่ง
เมื่อมาถึงบริเวณหน้าหมู่บ้าน คนในบ้านเห็นลูกชายกำลังออกไปข้างนอก จึงตะโกนเรียกให้กลับบ้าน ด้วยความกลัวว่าจะถูกดุ ลูกชายจึงรีบลงจากรถจักรยานยนต์ของผู้ปกครองเพื่อนและวิ่งข้ามถนนกลับบ้านทันที กระทั่งถูกรถจักรยานยนต์ที่มีไรเดอร์เป็นผู้ขับขี่พุ่งชนเข้าอย่างจัง หลังเกิดเหตุลูกชายได้วิ่งกลับมาที่บ้านพร้อมร้องไห้ คนในบ้านจึงสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่น้องจะยอมบอกว่าถูกรถชน โดยเล่าว่า หลังเกิดเหตุผู้ขับขี่ได้พูดเพียงว่า เดินไม่ดูเลย ก่อนจะขี่รถออกไป
เบื้องต้น ลูกชายได้รับบาดเจ็บเป็นแผลถลอกบริเวณใต้คางและหัวเข่าขวา โดยทางครอบครัวยอมรับว่า ลูกชายมีส่วนผิดที่วิ่งตัดหน้ารถ แต่เห็นว่าผู้ขับขี่ก็ควรลงมาดูอาการและพูดคุยกับผู้ปกครองก่อน ไม่ควรขับออกจากที่เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าว
น.ส.บี กล่าวต่อว่า ขณะนี้ได้เดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.บางบัวทอง แล้ว และต้องการให้คู่กรณีติดต่อเข้ามาพูดคุยเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ส่วนกรณีที่มีชาวโซเชียลบางรายเข้ามาต่อว่าผู้ปกครองว่าไม่ดูแลลูกนั้น ตนขอชี้แจงว่า บุคคลที่ปรากฏอยู่ในภาพกล้องวงจรปิดไม่ใช่ตนเอง แต่เป็นผู้ปกครองของเพื่อนลูก ซึ่งในขณะนั้นไม่ทราบว่าน้องถูกรถชน เพราะหลังจากเด็กลงจากรถแล้ว ผู้ปกครองคนดังกล่าวได้ขี่รถเข้าหมู่บ้านต่อทันที และไม่ได้ยินเสียงหรือเห็นเหตุการณ์ ภายหลังเมื่อทราบเรื่อง ผู้ปกครองของเพื่อนก็รู้สึกตกใจ ได้โทรศัพท์มาสอบถามอาการของน้องและกล่าวขอโทษ พร้อมยืนยันว่าไม่ทราบจริงๆ ว่าเกิดอุบัติเหตุดังกล่าวขึ้น อย่างไรก็ตาม ตนอยากฝากถึงสังคมออนไลน์ว่า อยากให้เข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ หากเหตุการณ์ครั้งนี้รุนแรงกว่านี้หรือทำให้ลูกได้รับบาดเจ็บสาหัส ผลที่ตามมาอาจหนักกว่านี้มาก แม้ลูกชายจะมีส่วนผิด แต่ทั้งสองฝ่ายก็ควรได้พูดคุยและหาทางออกร่วมกัน ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องจบลงด้วยการขับรถออกจากที่เกิดเหตุ