อารมณ์พาไป! วินหัวร้อน ซัดไรเดอร์ 2 หมัดสลบคาที่ เคลียร์ใจชดใช้ 2 หมื่น แบ่งผ่อน 3 เดือน
อารมณ์พาไป! วินหัวร้อน ซัดไรเดอร์ 2 หมัดสลบคาที่ เคลียร์ใจชดใช้ 2 หมื่น แบ่งผ่อน 3 เดือน
ข่าวสังคม - โซเชียล

อารมณ์พาไป! วินหัวร้อน ซัดไรเดอร์ 2 หมัดสลบคาที่ เคลียร์ใจชดใช้ 2 หมื่น แบ่งผ่อน 3 เดือน

ฟังข่าวนี้

จากกรณีเพจ G เคลื่อนที่เร็ว เผยเหตุการณ์ไรเดอร์ถูกวินจักรยานยนต์ทำร้ายจนหมดสติ บริเวณสาธุประดิษฐ์ 49 จนกลุ่มไรเดอร์เดินทางมารวมตัวติดตามความคืบหน้า ล่าสุดคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้เดินทางเข้าพบตำรวจที่ สน.บางโพงพาง เพื่อพูดคุยและไกล่เกลี่ยข้อพิพาท

นายอาลียัส อายุ 23 ปี ไรเดอร์ผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุขณะขี่รถไปรับผู้โดยสารบริเวณนนทรี 14 ได้ถูกวินจักรยานยนต์เข้ามาทำร้ายด้วยการชกต่อยจนหมดสติ ส่งผลให้จำเหตุการณ์บางช่วงไม่ได้

ขณะที่ไรเดอร์อีกราย ซึ่งเป็นผู้พบผู้บาดเจ็บเป็นคนแรก เล่าว่า ระหว่างขี่รถผ่านบริเวณปั๊มน้ำมันสาธุประดิษฐ์ 49 พบผู้เสียหายนอนอยู่ จึงเข้าใจในเบื้องต้นว่าอาจเกิดอุบัติเหตุ ก่อนทราบภายหลังว่าถูกทำร้าย จึงนำเรื่องไปแจ้งให้กลุ่มไรเดอร์ทราบและติดตามความคืบหน้าของเหตุการณ์

ต่อมา คู่กรณีทั้งสองฝ่ายเดินทางมายัง สน.บางโพงพาง โดยมีกลุ่มไรเดอร์จำนวนมากมารวมตัวกันบริเวณหน้าโรงพักเพื่อรอติดตามสถานการณ์ ก่อนที่ นายปิ๊ก อายุ 38 ปี วินจักรยานยนต์ผู้ก่อเหตุ จะกล่าวขอโทษและจับมือกับผู้เสียหาย พร้อมตกลงชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 20,000 บาท โดยแบ่งชำระภายใน 3 เดือน เบื้องต้นจ่ายให้ผู้เสียหายก่อน 2,000 บาทในวันนี้ ส่วนที่เหลือจะทยอยชำระตามข้อตกลง ทั้งนี้ นายปิ๊กยอมรับว่าเป็นผู้ลงมือทำร้ายผู้เสียหายจริง แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีการรุมทำร้าย และตนเป็นผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว

นายปิ๊กเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ ขณะขี่รถรับผู้โดยสารอยู่ในพื้นที่ยานนาวา ถูกไรเดอร์ขี่รถปาดหน้า ทำให้ต้องเบรกกะทันหันจนผู้โดยสารเกิดอาการตกใจ จึงเกิดความไม่พอใจและมีการพูดโต้เถียงกัน โดยเจ้าตัวมองว่า หากอีกฝ่ายกล่าวขอโทษ เหตุการณ์น่าจะยุติตั้งแต่ตอนนั้น

หลังจากส่งผู้โดยสารเสร็จ นายปิ๊กยังคงติดใจกับเหตุการณ์ จึงขี่รถย้อนกลับมาตามหา ก่อนพบไรเดอร์รายดังกล่าวอยู่ภายในซอย จึงเข้าไปสอบถามว่า จำเหตุการณ์ที่ขี่รถปาดหน้ากันได้หรือไม่ เมื่อได้รับคำตอบว่าไม่จำ นายปิ๊กยอมรับว่าเกิดอารมณ์และชกผู้เสียหาย 2 ครั้ง จนล้มลงกับพื้น

หลังเกิดเหตุ นายปิ๊กระบุว่าได้ขี่รถกลับไปเพื่อสงบสติอารมณ์ ก่อนย้อนกลับมายังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพราะคิดว่าผู้เสียหายน่าจะเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ไม่พบใครอยู่บริเวณดังกล่าว ต่อมาเมื่อเห็นเหตุการณ์ถูกเผยแพร่ผ่านเพจ จึงตัดสินใจติดต่อเข้ามาเพื่อขอพบผู้เสียหาย พร้อมยอมรับผิด กล่าวขอโทษ และแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ท้ายที่สุด คู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถพูดคุยและตกลงกันได้ โดยนายปิ๊กกล่าวขอโทษและยินยอมชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนและเงื่อนไขที่ตกลงกัน โดยมีตำรวจ สน.บางโพงพางรับทราบการเจรจาไกล่เกลี่ย ก่อนทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันในเวลาต่อมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ