จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Jenjira Nam (NnamAk) ได้โพสต์ระบายความทุกข์ระทมสุดกล้ำกลืน หลังเกิดเหตุโจรงัดบ้านในพื้นที่หมู่ 3 บ้านควนหิน ต.พะวง อ.เมือง จ.สงขลา เข้าไปขโมยทรัพย์สิน 2 ครั้งซ้อน สูญเสียทั้งทรัพย์สิน และบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปแล้วนั้น ก็ได้กลายเป็นที่สนใจจากโซเชียลอย่างกว้างขวาง
จากการสอบถาม นางเจนจิรา ทองชูช่วย อายุ 34 ปี ผู้โพสต์ เล่าว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา พ่อล้มป่วยหนัก จนต้องเข้าโรงพยาบาลนานกว่า 20 วัน ระหว่างนั้นตนและแม่ต้องไปเฝ้าไข้ตลอดเวลา กระทั่งวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา พ่ออาการดีขึ้น และกลับมาพักฟื้นที่บ้าน ตนกับแม่ และน้องชายก็ต้องตกใจอย่างมาก เพราะพบว่าบ้านถูกโจรงัด ระหว่างนั้นก็ทำอะไรไม่ถูก และเมื่อพ่อให้ไปเอาเอกสารกับบัตรประจำตัวที่เก็บไว้ ตนก็เข้าไปหาให้ แต่กลับไม่พบ แล้วทำให้มั่นใจว่าโจรขโมยไป จากนั้นแม่ก็ไปตรวจสอบทรัพย์สิน ปรากฎว่า ทองคำรูปพรรณน้ำหนัก 1 บาท และเงินสดประมาณ 80,000-90,000 บาท ซึ่งเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่พ่อกับแม่เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นในบั้นปลายชีวิต และใช้รักษาอาการเจ็บป่วยถูกโจรขโมยไปหมดแล้ว

จากนั้น เมื่อพ่อรู้ว่าทรัพย์สินถูกขโมย ก็สร้างความสะเทือนใจให้พ่อเป็นอย่างมาก จนทำให้พ่อที่นอนป่วยติดเตียงอยู่แล้ว เครียดมากกว่าเดิม จนอาการป่วยทรุดลงอย่างรวดเร็ว แล้วเกิดอาการช็อก และเสียชีวิตในอีกไม่กี่วันต่อมา ซึ่งหลังครอบครัวจัดการงานศพพ่อ แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ครอบครัวที่เหลือเพียงแม่อายุ 63 ปี กับตน และลูกของตนอายุ 9 ขวบ และ 6 ขวบ ก็รู้สึกไม่ปลอดภัย จึงย้ายไปอาศัยบ้านญาติชั่วคราว
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา ครอบครัวกลับมาตรวจสอบบ้านอีกครั้ง กลับพบว่าบ้านโดนงัดเป็นรอบที่ 2 โดยคนร้ายอุกอาจถึงขั้นถอดกล้องวงจรปิดทิ้ง แม้ครั้งนี้จะไม่ได้ทรัพย์สินเพิ่มไป เนื่องจากหมดบ้านไปตั้งแต่รอบแรก แต่สร้างความหวาดกลัวจนไม่กล้าอาศัยอยู่ในบ้านตัวเอง ซึ่งตอนนี้ชีวิตพวกเรา 4 คน ไม่รู้จะเดินต่อยังไง บ้านที่เคยปลอดภัยกลับกลายเป็นที่ที่อันตรายที่สุด อยากให้ตำรวจช่วยตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะตอนนี้มีเพียงคนแก่ และเด็ก กลัวว่าโจรจะกลับมาทำร้ายร่างกายพวกเรา

ทางด้าน นางราตรี อักษรคง อายุ 63 ปี แม่ของนางเจนจิรา เล่าว่า เงินที่หายไปคือเงินทั้งชีวิตที่สูญหายไปในพริบตา ตอนนี้อยู่อย่างหวาดระแวง และไม่มีความสุข เพราะไม่สามารถอาศัยอยู่บ้านของตัวเองที่อยู่มานาน 50 ปี ได้ ซึ่งหลังเกิดเหตุแจ้งตำรวจ สภ.เมืองสงขลาแล้ว และตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบเก็บพยานหลักฐานแล้วทั้ง 2 ครั้ง แต่คดีก็ไม่คืบหน้า ตำรวจยังจับโจรไม่ได้ จึงไม่มีใครกล้าอยู่บ้านหลังนี้แล้ว จึงอยากให้ตำรวจเร่งล่าตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป