วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 จังหวัดตราดกำลังจะสูญเสียเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะสายสำคัญ หลังรถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เส้นทางตราด-กรุงเทพฯ (หมอชิต) เตรียมยุติการให้บริการในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ปิดตำนาน บขส.ตราด ที่ให้บริการมายาวนาน 67 ปี สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ทั้งด้านการเดินทางและผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน แม้ว่ารถร่วม บขส. ทั้งเชิดชัยและรถมินิบัสจะยังคงเปิดให้บริการตามปกติก็ตาม
นางสาวนงลักษณ์ มูลสัน พนักงานจำหน่ายตั๋ว บขส.ตราด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บขส.ตราด เปิดให้บริการรถโดยสารจากกรุงเทพฯ (หมอชิต) ออกเวลา 07.30 น. และออกจากจังหวัดตราดเวลา 09.30 น. โดยก่อนหน้านี้เคยมีเที่ยวกลางคืนเวลา 22.30 น. แต่ต้องยกเลิกไปตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 จะเป็นการให้บริการเที่ยวสุดท้าย

สาเหตุที่ต้องยุติเส้นทางเดินรถตราด-กรุงเทพฯ มาจากปัญหาขาดทุนและภาระต้นทุนที่สูง ปัจจุบันมีผู้โดยสารขึ้นจากต้นทางเฉลี่ยเพียงประมาณ 10 คน และรับเพิ่มที่จุดจอดแสนตุ้งอีก 4-5 คน ขณะที่ต้นทุนการเดินรถอยู่ที่ประมาณ 5,000 บาทต่อเที่ยว การยุติบริการจะส่งผลกระทบต่อผู้สูงอายุที่ใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงผู้โดยสารที่มีสัมภาระจำนวนมาก ซึ่งไม่สะดวกในการเดินทางด้วยรถมินิบัส
นอกจากนี้ นางสาวนงลักษณ์ ระบุว่า ตนเองได้รับผลกระทบโดยตรงเช่นกัน หลังทำงานกับ บขส.ตราด มานาน 10 ปี ปัจจุบันสถานีมีเจ้าหน้าที่เพียง 2 คน หากต้องถูกย้ายไปปฏิบัติงานที่ส่วนกลางในกรุงเทพฯ หรือจังหวัดชลบุรี ก็จะส่งผลต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก

ด้านนายยงยุทธ ใหญ่ยอด คนขับรถสองแถวในพื้นที่ กล่าวว่า การยุติให้บริการรถสายตราด-กรุงเทพฯ จะกระทบต่อผู้ประกอบอาชีพรถสองแถว เพราะสูญเสียผู้โดยสารจากเส้นทางดังกล่าว พร้อมอยากให้ยังคงมีการเดินรถต่อไปเพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางและช่วยสร้างรายได้ อีกทั้งยังกังวลว่าผู้สูงอายุอายุ 70-80 ปี จะเดินทางลำบากหากต้องใช้รถมินิบัส ขณะที่รถทัวร์เชิดชัยก็มีให้บริการเพียงวันละ 1 เที่ยว
ขณะที่ นายนเรศศิลป์ มีสัมฤทธิ์ ผู้ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ มองว่า บริการดังกล่าวถือเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ไม่ควรถูกยกเลิก แม้ว่าหลายคนจะเลือกใช้รถมินิบัสเพราะใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า แต่รถ บขส. 999 ยังมีความจำเป็นสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและผู้สูงอายุที่สามารถใช้สิทธิ์ลดค่าโดยสารได้ครึ่งราคา เช่น จาก 300 บาท เหลือ 150 บาท ทำให้สามารถนำเงินส่วนที่เหลือไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้ จึงอยากให้ยังคงมีรถให้บริการอย่างน้อย 1 คัน เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย
ด้านนายศรัณพงศ์ มวลประสิทธิ์ พนักงานขับรถมินิบัส (รถร่วม บขส.) กล่าวว่า หาก บขส.ตราด ยุติการเดินรถจริง จะทำให้รถมินิบัสมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีต่อผู้ประกอบการ แต่โดยส่วนตัวไม่ต้องการให้ยกเลิกการให้บริการ เพราะต้องการให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวยังคงมีทางเลือกในการเดินทาง ปัจจุบันรถร่วมมินิบัสยังเปิดให้บริการตามปกติวันละ 26 เที่ยว (ไป-กลับ) โดยบางเที่ยวมีผู้โดยสารเต็มคัน ขณะที่บางเที่ยวมีผู้โดยสารเพียง 4-5 คนเท่านั้น