เมื่อวันที่ 2 มี.ค. 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้แจ้งหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2569 ที่ได้ปรับปรุงใหม่ให้เหมาะสมสอดคล้องกับบริบทสถานการณ์ภัยในปัจจุบัน
ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้น ปัจจุบันเป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ.2568 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.68
และเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลังได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ปี 2569 ขึ้นใหม่ ให้มีความเหมาะสม คล่องตัว สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยในปัจจุบัน และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ประสบภัย โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 6 มี.ค.เป็นต้นไป
อาทิ ช่องทางการจ่ายเงินที่ต้องรวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยให้จ่ายเป็นเงินสด หรือเช็ค หรือจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e – Payment) ตามระเบียบของทางราชการ เพื่อให้เงินถึงมือผู้ประสบภัยรวดเร็ว
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังปรับเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเฉพาะด้านการดำรงชีพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย มีการเพิ่มการช่วยเหลือต่างๆ อาทิ ค่าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บกรณีบาดเจ็บสาหัสที่ต้องรักษาในสถานพยาบาลติดต่อกันตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป ให้จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงิน 5,000 บาท (เดิม 4,000 บาท)
กรณีบาดเจ็บจนถึงขั้นพิการไม่สามารถประกอบอาชีพตามปกติได้ ให้ช่วยเหลือเบื้องต้นเป็นเงิน 16,600 บาท (เดิม 13,300 บาท) ค่าจัดการศพผู้เสียชีวิต รายละไม่เกิน 35,700 บาท (เดิม 29,700 บาท) และในกรณีผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัวหรือเป็นผู้หารายได้เลี้ยงดูครอบครัว จะพิจารณาช่วยเหลือเงินสงเคราะห์ครอบครัวอีกไม่เกิน 35,700 บาท
กรณีภัยพิบัติที่เป็นสาธารณภัยขนาดใหญ่หรือรุนแรงเป็นที่สะเทือนขวัญของประชาชนทั่วไป ให้จ่ายเงินและหรือสิ่งของปลอบขวัญ ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บที่รักษาตัวในสถานพยาบาล รายละไม่เกิน 2,600 บาท (เดิม 2,300 บาท) ค่าวัสดุซ่อมแซมที่อยู่อาศัยประจำ ซึ่งผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเจ้าของที่ได้รับความเสียหาย เท่าที่จ่ายจริงหลังละไม่เกิน 88,600 บาท (เดิม 49,500 บาท) ไม่รวมถึงบ้านเช่า
นายธีรพัฒน์ กล่าวต่อว่า ค่าเครื่องมือประกอบอาชีพ และหรือเงินทุนสำหรับผู้ประสบภัยพิบัติ ที่เป็นอาชีพหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวของผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริง ครอบครัวละไม่เกิน 13,500 บาท (เดิม 11,400 บาท) ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพเบื้องต้น กรณีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายทั้งหลัง เท่าที่จ่ายจริงครอบครัวละไม่เกิน 4,900 บาท (เดิม 3,800 บาท)
กรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเช่าบ้านเรือนของผู้อื่น และบ้านเช่าเสียหายจากภัยพิบัติทั้งหลังหรือเสียหายบางส่วน จนอยู่อาศัยไม่ได้ ให้ช่วยเหลือเป็นค่าเช่าบ้านแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ เท่าที่จ่ายจริงในอัตราครอบครัวละไม่เกินเดือนละ 2,500 บาท (เดิม 1,800 บาท) เป็นเวลาไม่เกิน 2 เดือน ค่าถุงยังชีพ ชุดละไม่เกิน 1,000 บาทต่อครอบครัว (เดิม 700 บาท)
ในกรณีที่ผู้ประสบภัยพิบัติเป็นเด็กอายุไม่เกิน 7 ปี คนพิการ และผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบฐานข้อมูลของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้พิจารณาช่วยเหลือค่าถุงยังชีพเพิ่มเติมได้อีกชุดละไม่เกิน 1,000 บาทต่อคน