แจ้งเตือนด่วน! ปภ. ประกาศ 61 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
แจ้งเตือนด่วน! ปภ. ประกาศ 61 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
ข่าวภูมิภาค

แจ้งเตือนด่วน! ปภ. ประกาศ 61 จังหวัด เสี่ยงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน

ฟังข่าวนี้

วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ทำการแจ้งเตือนไปยัง 61 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อให้เตรียมความพร้อมและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ดินโคลนถล่ม ตลอดจนคลื่นลมแรง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 26 ถึง 30 กรกฎาคม 2569 โดยกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่จัดเตรียมทีมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมสแตนด์บายเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้ทันที โดยเฉพาะในจุดที่เผชิญปัญหาน้ำท่วมอยู่เป็นประจำ พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เร่งกระจายข่าวสารเตือนภัยแก่ประชาชนล่วงหน้า และขอให้ทุกคนปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานรัฐอย่างเคร่งครัด

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประเมินสภาพอากาศและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ร่วมกับประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบในช่วงวันที่ 26 - 30 กรกฎาคม 2569) ฉบับที่ 2 (129/2569) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เวลา 05.00 น. ซึ่งระบุว่าในช่วงวันที่ 26 - 30 กรกฎาคม 2569 ทั่วประเทศไทยจะมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และอาจมีฝนตกหนักมากในบางแห่งของภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก

ปรากฏการณ์นี้เป็นผลมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณตอนบนของภาคเหนือ ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และตอนบนของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ผนวกกับอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน อ่าวไทย และประเทศไทยที่เริ่มมีกำลังแรงขึ้น

สถานการณ์คลื่นลมทะเล

ทะเลอันดามันตอนบน: คลื่นลมมีกำลังค่อนข้างแรง ระดับคลื่นสูง 2 ถึง 3 เมตร และอาจสูงทะลุ 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนล่าง: คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และอาจสูงกว่า 2 เมตรหากเกิดฝนฟ้าคะนองในบริเวณดังกล่าว

ทาง ปภ. ได้ประเมินและแบ่งพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังระหว่างวันที่ 26 - 30 กรกฎาคม 2569 ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ดังนี้:

พื้นที่เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม (รวม 61 จังหวัด)

ภาคเหนือ 14 จังหวัด: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, พะเยา, น่าน, อุตรดิตถ์, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์ และอุทัยธานี

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18 จังหวัด: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, กาฬสินธุ์, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, อำนาจเจริญ, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง 20 จังหวัด: กาญจนบุรี, ราชบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, สระบุรี, นครนายก, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ปทุมธานี, นนทบุรี, นครปฐม, สมุทรสาคร และสมุทรปราการ

ภาคใต้ 9 จังหวัด: ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช, พัทลุง, ระนอง, พังงา, ภูเก็ต, กระบี่ และตรัง

พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง (รวม 3 จังหวัดภาคใต้)

ระนอง: อำเภอเมืองระนอง, อำเภอสุขสำราญ และอำเภอกะเปอร์

พังงา: อำเภอเกาะยาว, อำเภอตะกั่วทุ่ง, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอตะกั่วป่า และอำเภอคุระบุรี

ภูเก็ต: ครอบคลุมทุกอำเภอ

มาตรการรับมือและการแจ้งเตือน

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) โดย ปภ. ได้ประสานงานไปยังทั้ง 61 จังหวัด รวมถึงศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้เตรียมความพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่ตกหนักและสะสมเพิ่มขึ้น โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมจัดเตรียมทีมปฏิบัติการและเครื่องจักรกลให้ประจำอยู่ในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันท่วงทีหากเกิดเหตุ

นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการดูแลสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ เช่น ถ้ำลอด หรือน้ำตก หากพบว่ามีความเสี่ยง ให้ดำเนินการประกาศเตือนและสั่งปิดกั้นพื้นที่ห้ามบุคคลเข้าโดยเด็ดขาด สำหรับพื้นที่ชายฝั่งที่มีคลื่นลมแรง ให้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปักธงหรือติดตั้งสัญญาณเตือนภัย พร้อมห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำทะเลโดยเด็ดขาด

ในส่วนของการเดินเรือ ให้แจ้งเตือนไปยังผู้ประกอบการเรือโดยสาร ชาวเรือ และผู้บังคับเรือ ให้เพิ่มความระมัดระวังสูงสุด และหากประเมินว่าสถานการณ์รุนแรงให้พิจารณางดการเดินเรือทันที พร้อมกันนี้ขอให้ทางจังหวัดเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง และแจ้งเตือนผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เตรียมตัวรับมือและปฏิบัติตามคำแนะนำของทางราชการอย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนภัยต่างๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน THA DISASTER ALERT และสามารถแจ้งเหตุหรือขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ผ่านบัญชี ปภ.รับแจ้งเหตุ1784 ตลอดจนโทรติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถประสานงานและเข้าให้ความช่วยเหลือต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ