คนวงในแฉยับ! ด้านมืด ผอ.โรงเรียนดัง ก่อนครูสาวเสียชีวิต
ข่าวสังคม - โซเชียล

คนวงในแฉยับ! ด้านมืด ผอ.โรงเรียนดัง ก่อนครูสาวเสียชีวิต

จากกรณีการเสียชีวิตอย่างกะทันหันของ ครูปอ หรือ ครูพอลล่า ครูสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมในวงกว้าง และจุดกระแสตั้งคำถามต่อระบบการศึกษาไทยอีกครั้ง ท่ามกลางข้อสงสัยถึงแรงกดดันและภาระงานที่ครูต้องเผชิญภายในโรงเรียน

ต่อมาผู้อำนวยการโรงเรียนต้นสังกัดของ ครูปอ ออกมาชี้แจงว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น หนังคนละม้วน โดยระบุว่า ครูปอมีความเครียดอย่างหนักจากการถูกตรวจสอบกรณีทุจริตทางการเงิน มูลค่ากว่าล้านบาท ก่อนจะตัดสินใจจบชีวิตตนเอง ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานกล้องวงจรปิดภายในห้องการเงินของโรงเรียน พบว่า เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 21 มกราคม 2569 ครูปอได้เข้าไปในห้องการเงิน และใช้ผ้าคลุมกล้องวงจรปิด และพบว่า เอกสารทางการเงินสำคัญ ซึ่งเป็นต้นขั้วทะเบียนใบเสร็จรับเงินของโรงเรียนได้สูญหายไป

ภายหลังจากนั้น วันที่ 26 มกราคม 2569 ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกครูปอเข้าพบ เพื่อแจ้งคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง พร้อมมีคำสั่งให้ครูปอหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงินเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันข้อครหา และเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยเชิญบุคคลภายนอก 2 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์ เพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ผู้อำนวยการยืนยันว่า ไม่มีการกดดันหรือข่มขู่ และมีเจตนาหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

หลังการพูดคุยดังกล่าว ไม่สามารถติดต่อครูปอได้อีก กระทั่งเช้าวันที่ 27 มกราคม 2569 ทราบข่าวว่า ครูปอเสียชีวิต ผู้อำนวยการโรงเรียนจึงได้รายงานเหตุการณ์ต่อผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเชียงใหม่โดยเร่งด่วน เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นกระแสร้อนในโลกโซเชียล หลัง สารวัตรต้น ใช้เฟซบุ๊กของครูปอและบัญชีส่วนตัวโพสต์ข้อความเรียกร้องความเป็นธรรม จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีการพุ่งเป้าโจมตีผู้อำนวยการโรงเรียนอย่างหนัก

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้ประมาณ 1 ปี และในช่วงที่ผ่านมา มีผู้ปกครองร้องเรียนหลายรายว่า ได้ชำระค่าเทอมแล้วแต่ไม่ได้รับใบเสร็จรับเงิน เมื่อตรวจสอบในระบบการเงินกลับไม่พบข้อมูลการชำระเงิน โดยผู้ปกครองยืนยันว่า ได้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของครูปอ พร้อมแสดงหลักฐานสลิปการโอนเงิน

จากการตรวจสอบย้อนหลังตลอด 3 ปีที่ผ่านมา พบความผิดปกติด้านการเงินหลายประการ เช่น การรับเงินสดโดยไม่ออกใบเสร็จทันที การเก็บเงินสดไว้กับตัวไม่นำฝากธนาคารหรือบันทึกเข้าระบบ การใช้ใบเสร็จข้ามเล่ม เลขไม่เรียงลำดับ วันที่ต้นฉบับและสำเนาไม่ตรงกัน รวมถึงการนำเงินส่งเข้าระบบล่าช้า ส่งผลให้บัญชีโรงเรียนไม่เป็นปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ โรงเรียนจึงมีคำสั่งลงวันที่ 26 มกราคม 2569 เปลี่ยนผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการเงิน และตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเงินบำรุงการศึกษาย้อนหลัง 3 ปีการศึกษา ซึ่งเบื้องต้นพบว่า มีเงินสูญหายประมาณ 5 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด ส่วนกรณีผู้อำนวยการโรงเรียนที่ถูกระบุในบางสื่อว่า ถูกเด้ง นั้น ล่าสุดเป็นการใช้สิทธิ์ลางาน เพื่อเปิดทางให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างโปร่งใสจนกว่าจะแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม สำหรับกระแสในโซเชียลที่อ้างว่า มีการนำทรัพย์สินของครูปอไปทิ้งไว้หน้าป้อมยามโรงเรียนนั้น มีรายงานว่า เป็นการประสานให้สารวัตรต้นเข้ามาขนย้ายทรัพย์สิน โดยของบางส่วนมีขนาดใหญ่ไม่สามารถขนออกได้ทันที จึงขอให้โรงเรียนช่วยเก็บไว้บริเวณหลังป้อมยามชั่วคราว ไม่ได้เป็นการนำไปทิ้งตามที่มีการกล่าวอ้าง