ชาวบ้านเปิดใจตรงๆ ถึง เจ๊เอ๋ หลัง สั่งห้ามพรรคการเมืองติดป้ายหาเสียง
ข่าวสังคม - โซเชียล

ชาวบ้านเปิดใจตรงๆ ถึง เจ๊เอ๋ หลัง สั่งห้ามพรรคการเมืองติดป้ายหาเสียง

วันที่ 20 มกราคม 2569 จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “เจ๊เอ๋ งอแง ตัวดี” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ไม่อนุญาตให้ผู้สมัครจากทุกพรรคการเมืองเข้ามาติดป้ายหาเสียงในพื้นที่ชุมชน หากยังไม่ได้เข้ามาพูดคุยขออนุญาตก่อน

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีเพจต่าง ๆ นำข้อความไปแชร์ต่อ พร้อมแสดงความคิดเห็นในมุมมองที่หลากหลาย โดยมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ขณะเดียวกันก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม โดยบางความเห็นระบุว่า ชุมชนเป็นพื้นที่สาธารณะ ไม่ใช่ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง การออกมาประกาศห้ามเช่นนี้อาจเป็นการปิดกั้นสิทธิและการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของคนในชุมชน

นอกจากนี้ ใต้โพสต์ยังมีคอมเมนต์จำนวนมาก บางส่วนโจมตีไปที่ตัวเจ๊เอ๋ โดยระบุว่าสื่อเป็นฝ่ายให้ความสำคัญกับอินฟลูเอนเซอร์มากเกินไป พร้อมกล่าวหาว่าเจ๊เอ๋เป็นคนปากกล้า มักด่าทอผู้ที่มีความคิดเห็นแตกต่าง ชอบเกาะกระแสสังคมสร้างคอนเทนต์ และมองว่าเป็นบุคคลที่ชาวสระบุรีไม่ให้การยอมรับ

ต่อมา เจ๊เอ๋ได้ออกมาโพสต์คลิปตอบโต้ โดยกล่าวในลักษณะท้าทายว่าให้นำเรื่องไปโพสต์หรือแขวนหายอดไลก์ พร้อมระบุว่าตนเองต้องการรายได้ไปช่วยลูก ๆ และยังใช้ถ้อยคำค่อนข้างรุนแรงและหยาบคายต่อผู้ที่เข้ามาแสดงความคิดเห็น รวมถึงผู้ที่มีมุมมองแตกต่างจากตน

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยัง หมู่บ้านจันทร์ทิพย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่กว่า 100 หลังคาเรือน เพื่อสอบถามความคิดเห็นของชาวบ้านเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว โดยพบว่าชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย โดยให้เหตุผลตรงกันว่า ไม่อยากมีปัญหา และเกรงกลัวคำพูดของเจ๊เอ๋ จึงขออยู่อย่างสงบและไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยว

ด้าน คุณกรุงเทพ (นามสมมติ) ชาวบ้านในชุมชน เปิดเผยว่า มองว่าประเด็นดังกล่าวมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้วาจาไม่สุภาพต่อพรรคการเมืองหรือบุคคลทั่วไปที่เข้ามาใช้พื้นที่สาธารณะ โดยส่วนตัวไม่ปฏิเสธการที่พรรคการเมืองจะเข้ามาหาเสียง เนื่องจากชุมชนเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนควรได้รับข้อมูลข่าวสารและนโยบายจากทุกพรรค เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกตั้ง หากประชาชนไม่ได้รับข้อมูล ก็อาจกลายเป็นผู้เสียเปรียบได้

คุณกรุงเทพยังระบุอีกว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับการปฏิเสธไม่ให้พรรคการเมืองเข้ามาหาเสียงในชุมชน พร้อมมองว่าเป็นสิทธิของพรรคการเมืองที่สามารถเข้ามาได้ หากไม่มีข้อกฎหมายหรือคำสั่งห้ามเป็นการเฉพาะ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชุมชน ไม่ใช่พื้นที่หวงห้าม

ขณะที่ ป้าละมุด (นามสมมติ) ชาวบ้านอีกคนหนึ่ง กล่าวว่า พื้นที่ชุมชนควรเปิดโอกาสให้พรรคการเมืองเข้ามาหาเสียง เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้จักผู้สมัคร นโยบาย ชื่อ และหมายเลขของผู้สมัครแต่ละพรรค เพราะหากไม่มีข้อมูลก็ไม่รู้ว่าจะเลือกใครในวันเลือกตั้ง พร้อมยอมรับว่าไม่ชอบคำพูดและพฤติกรรมบางอย่างของเจ๊เอ๋ แต่ขอวางตัวเป็นกลาง เนื่องจากไม่อยากมีปัญหากับใคร อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวอยากให้มีพรรคการเมืองเข้ามาหาเสียงในชุมชน เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียมกัน

ทีมข่าว จังหวัดสระบุรี รายงาน