จากกรณีที่ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า พว.ยุภารักษ์ สุขวรรณดี หรือพยาบาลยุ อายุ 30 ปี พยาบาลวิชาชีพประจำหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง 2 เสียชีวิตอย่างสงบระหว่างปฏิบัติหน้าที่ สร้างความโศกเศร้าให้กับเพื่อนร่วมวิชาชีพและประชาชนจำนวนมาก โดยมีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความอาลัยอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดวันที่ 12 มกราคม 2569 ทางด้าน ผศ.นพ.สุรัตน์ ตันประเวช หรือหมอสุรัตน์ แพทย์เวชปฏิบัติทางประสาทวิทยา ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและระบบประสาท ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า rip พยาบาล อายุ 30 เข้าเวรดึก หัวใจวายเสียชีวิต พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพของบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานเป็นกะ
หมอสุรัตน์อธิบายว่า หมอและพยาบาลที่ทำงานเป็นกะ โดยเฉพาะกะดึก หากมีโรคประจำตัวแฝง จะมีความเสี่ยงอันตรายมากกว่าคนทั่วไป หลายคนอาจคิดว่ายังหนุ่มยังสาว ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ในมุมของสมองและร่างกาย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะการทำงานเป็นกะคือการเอาชีวิตไปท้าทายนาฬิกาชีวภาพ
ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบให้ กลางวันตื่นทำงาน และกลางคืนพักผ่อนเพื่อซ่อมแซมตัวเอง การทำงานกะดึกในสายแพทย์และพยาบาลจึงเป็นการฝืนธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า ส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ระบบประสาทอัตโนมัติ และหัวใจ ไม่ใช่แค่ความง่วงเพียงอย่างเดียว
หมอสุรัตน์ยังระบุว่า โรคประจำตัวแฝง เช่น ความดันโลหิตสูงระยะแรก ไขมันในเลือดสูง ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะแฝง หรือเบาหวานที่ยังไม่รู้ตัว อาจไม่แสดงอาการในชีวิตปกติ แต่เมื่อเจอกับการอดนอน ความเครียดเรื้อรัง คาเฟอีนสูง และความกดดันจากงาน ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง adrenaline และ cortisol ต่อเนื่อง ทำให้หัวใจต้องเร่งทำงานโดยไม่มีช่วงพัก
บางคนอาจไม่ได้ล้มป่วยทีละน้อย แต่ล้มครั้งเดียว แล้วไม่ลุกขึ้นมาอีก ขณะที่สาเหตุที่บุคลากรทางการแพทย์มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป มาจากภาระงานหนักจริง ความรับผิดชอบสูง ความผิดพลาดไม่ได้ และมักละเลยการดูแลสุขภาพของตัวเอง คิดว่าเดี๋ยวค่อยตรวจ เดี๋ยวค่อยพัก

ท้ายที่สุด หมอสุรัตน์ฝากความห่วงใยถึงผู้ที่ทำงานเป็นกะ ให้ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหัวใจและความดัน อย่ามองข้ามอาการใจสั่น เหนื่อยง่าย หรือเจ็บหน้าอก พร้อมย้ำว่าการนอนไม่ใช่ความฟุ่มเฟือย แต่คือยารักษาสมองและหัวใจ และไม่มีใครควรต้องเสียชีวิต เพียงเพราะทำหน้าที่ของตัวเองดีเกินไป