ทบ. ซัดแรง เขมร! ไม่จริงใจเก็บทุ่นระเบิด เชื่อโลกมองออก MK-84 ไม่ใช่ของไทย
ทบ. ซัดแรง เขมร! ไม่จริงใจเก็บทุ่นระเบิด เชื่อโลกมองออก MK-84 ไม่ใช่ของไทย
ข่าวสังคม - โซเชียล

ทบ. ซัดแรง เขมร! ไม่จริงใจเก็บทุ่นระเบิด เชื่อโลกมองออก MK-84 ไม่ใช่ของไทย

ฟังข่าวนี้

วันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงถึงกรณีที่นายเฮง รัตนา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) ระบุว่า ทีมผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า ระเบิด MK-84 ที่พบมีหมายเลขล็อต IMI 96G015-11 และผลิตในปี 2539 (1996) โดยไทยอาจซื้อจากบริษัท IMI (Israel Military Industries) ซึ่งมีสิทธิ์ผลิตและจำหน่ายระเบิดรุ่นนี้ จึงไม่ใช่ระเบิดที่เหลือจากสงครามอินโดจีนอย่างแน่นอน

พล.ต.วินธัย กล่าวว่า กองทัพไทยเชื่อว่าสังคมโลกจะเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยที่ผ่านมากัมพูชาพยายามบิดเบือนข้อเท็จจริงมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า การทำงานของ CMAC ในช่วงที่ผ่านมาไม่จริงใจต่อการเก็บกวาดทุ่นระเบิดในพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลายจุดพบว่ามีความล่าช้ากว่ากำหนด ไม่เหมือนกับ TMAC ฝ่ายไทย

พล.ต.วินธัย ยังกล่าวว่า จากการพิจารณาลักษณะกายภาพของระเบิด MK-84 ที่กัมพูชาอ้างถึง โดยดูจากสภาพแวดล้อม รูปร่าง และร่องรอยที่เกิดจากการตกกระทบ พบว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ในประเด็นที่กัมพูชากล่าวหาว่าระเบิดดังกล่าวเป็นของกองทัพอากาศไทย พล.ต.วินธัย ยืนยันว่า จากการประสานข้อมูลพบว่า กองทัพอากาศไทยไม่เคยมีการจัดซื้อระเบิดรุ่นดังกล่าวจากแหล่งที่ถูกกล่าวถึง โดยกองทัพอากาศมีแนวทางการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ผ่านกลุ่มพันธมิตรที่ได้รับการรับรองตามความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมเท่านั้น

พล.ต.วินธัย ระบุว่า การพิสูจน์หลักฐานควรดำเนินการโดยองค์กรที่เป็นกลางและมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล ไม่ใช่องค์กรจากฝ่ายกัมพูชาฝ่ายเดียว

พร้อมย้ำว่า การปฏิบัติการทางอากาศของกองทัพอากาศไทย เป็นการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามกฎบัตรสหประชาชาติ มาตรา 51 และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยเคร่งครัดต่อหลักความชอบธรรมในการป้องกันตนเอง

อีกทั้งขอให้ กัมพูชา ใช้ข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบทางเทคนิคจากองค์กรที่เป็นกลาง เพื่อหลีกเลี่ยงการบิดเบือนข้อมูลในห้วงเวลาที่สถานการณ์มีความละเอียดอ่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ