แม่เอาจริง! เตรียมยื่นศาลถอนอำนาจปกครองพ่อ หลังพบลูกยังถูกพาไปทำคอนเทนต์
แม่เอาจริง! เตรียมยื่นศาลถอนอำนาจปกครองพ่อ หลังพบลูกยังถูกพาไปทำคอนเทนต์
ข่าวภูมิภาค

แม่เอาจริง! เตรียมยื่นศาลถอนอำนาจปกครองพ่อ หลังพบลูกยังถูกพาไปทำคอนเทนต์

ฟังข่าวนี้

วันที่ 16 กันยายน 2569 นางสาวพราวรวี ว่องไวทวีวงศ์ หรือ ทนายแพม ทนายความฝ่ายแม่เด็ก เปิดเผยความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตร โดยระบุว่า ฝ่ายแม่เตรียมยื่นเอกสารต่อศาลเยาวชนในวันที่ 18 กันยายนนี้ เพื่อขอเพิกถอนอำนาจปกครองของฝ่ายพ่อ หลังมองว่ามีการฝ่าฝืนข้อตกลงที่เคยทำไว้ต่อศาลด้วยการนำลูกไปทำคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง

ทนายแพม เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้เด็กทั้ง 2 คนอาศัยอยู่กับพ่อและแม่ ซึ่งทั้งคู่จดทะเบียนสมรสกัน โดยฝ่ายแม่เป็นผู้มีอำนาจปกครองบุตรเพียงผู้เดียว ก่อนที่พ่อและแม่จะเลิกรากันเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา และเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเยาวชน

ต่อมาเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ทั้งสองฝ่ายได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความต่อศาล โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า ฝ่ายพ่อจะไม่นำลูกไปทำคอนเทนต์ และหากมีการฝ่าฝืนข้อตกลงดังกล่าว จะมีการดำเนินการเกี่ยวกับอำนาจปกครองตามที่ระบุไว้ในสัญญา

ในช่วงแรกหลังทำข้อตกลง ฝ่ายแม่ยังไม่พบการทำคอนเทนต์ที่สร้างความกังวลมากนัก แต่ภายหลังพบว่ามีการเผยแพร่คลิปที่เกี่ยวข้องกับเด็กออกมาอย่างต่อเนื่อง จึงเริ่มรวบรวมพยานหลักฐานไว้ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของศาล

ขณะเดียวกัน ฝ่ายแม่ยังคงติดต่อพูดคุยกับลูกผ่านทางแชต และพยายามสอบถามถึงสถานการณ์ต่างๆ แต่มีความกังวลว่าเด็กอาจไม่กล้าขัดหรือแสดงความคิดเห็นบางอย่าง นอกจากนี้ ฝ่ายแม่ยังได้รับทราบว่าลูกทั้ง 2 คนไม่ได้ไปโรงเรียน และไม่ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานตามที่ควรจะเป็น จึงพยายามเดินทางไปพบลูก แต่ไม่สามารถพบได้ตามที่ต้องการ

ทนายแพม ระบุอีกว่า คุณแม่ไม่เคยต้องการออกสื่อ และไม่อยากให้สังคมมองว่าเข้ามาเพื่อหากระแสจากการที่ลูกเป็นที่รู้จัก สิ่งที่ฝ่ายแม่ต้องการคืออยากให้ลูกกลับมาอยู่ด้วยกัน พากลับเข้าสู่ระบบการศึกษา รวมถึงเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือหรือปรับพฤติกรรมตามความเหมาะสม เพื่อให้เด็กสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

ก่อนหน้านี้ ฝ่ายแม่เคยส่งทีมเข้าไปพูดคุยและเจรจากับเด็ก แต่เด็กระบุว่ายังไม่ต้องการไปอยู่กับแม่ ทั้งนี้ ในคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็ก ศาลสามารถรับฟังความคิดเห็นของเด็กเพื่อนำมาประกอบการพิจารณาได้ แต่ยังจำเป็นต้องพิจารณาข้อเท็จจริง ความเหมาะสม และประโยชน์สูงสุดของเด็กควบคู่กันไป

ฝ่ายแม่ยังมองว่า เด็กอาจเข้าใจว่าแม่ทอดทิ้ง เนื่องจากที่ผ่านมาไม่ได้พบกันบ่อยครั้ง แต่ยืนยันว่าแม่ยังคงดูแลและให้ความช่วยเหลือลูกมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่ต้องการปรากฏตัวผ่านสื่อ หรือทำให้เด็กรู้สึกว่าเรื่องราวของตัวเองกำลังถูกนำไปใช้ประโยชน์

ล่าสุด ทนายความเตรียมยื่นเอกสารต่อศาลเยาวชนในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 เพื่อขอให้ศาลเพิกถอนอำนาจปกครองของฝ่ายพ่อ และขอให้ฝ่ายแม่เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรแต่เพียงผู้เดียว ตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเคยทำไว้ต่อศาล

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายแม่ยืนยันว่าไม่ได้ต้องการกีดกันไม่ให้พ่อพบลูก หากในอนาคตฝ่ายพ่อสามารถปรับพฤติกรรมและทัศนคติได้ เนื่องจากเรื่องอำนาจปกครองกับการพบลูกเป็นคนละประเด็นกัน โดยสิ่งที่ฝ่ายแม่ยังคงกังวลคือ หากลูกกลับไปอยู่กับพ่อ จะถูกนำไปทำคอนเทนต์ในลักษณะเดิมอีกหรือไม่

ทั้งนี้ การพิจารณาเรื่องอำนาจปกครองยังขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ซึ่งจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ