วันที่ 16 ก.ย. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากจังหวัดบุรีรัมย์ หลังผู้ใช้บัญชี TikTok ชื่อ พี่ดุ๊กสยามบุรีรัมย์ โพสต์คลิปเล่าเหตุการณ์อุบัติเหตุและขอความช่วยเหลือให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ซึ่งมีฐานะยากจน อาศัยอยู่กันเพียง 2 คนพ่อลูก ก่อนเรื่องราวจะถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ และมีคนไทยจำนวนมากร่วมบริจาคช่วยเหลือจัดงานศพ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนเสาไฟส่องสว่างของแขวงการทาง บริเวณร่องน้ำเกาะกลางถนนสาย 24 โชคชัย-เดชอุดม ขาออกมุ่งหน้า อ.ประโคนชัย ก่อนถึงปั๊มน้ำมัน ปตท.หนองโบสถ์ โดยมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ต่อมาทราบชื่อคือ นายสิทธิโชค หรือ ยึด บาหยัน อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ที่ 11 ต.โกรกแก้ว อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยตรวจสอบร่างผู้เสียชีวิต ไม่พบเอกสารแสดงตัวตน แต่พบเงินสดติดตัวอยู่ในกระเป๋ากางเกงเพียง 35 บาท ขณะเดียวกันทราบว่าครอบครัวไม่มีเงินและไม่สามารถเดินทางมารับศพเองได้ เจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตกลับไปส่งที่บ้าน พร้อมนำเงิน 35 บาทที่พบในตัวผู้เสียชีวิตมอบให้กับผู้เป็นพ่อ

นายวรบดินทร์ รุ่งโรจน์ชัยกุล หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสยามรวมใจปู่อินทร์บุรีรัมย์ เปิดเผยว่า เมื่อเดินทางไปถึงบ้านและพูดคุยกับ นายชัยยง บาหยัน อายุ 60 ปี พ่อของผู้เสียชีวิต สังเกตเห็นว่าครอบครัวมีความเป็นอยู่ยากลำบาก จึงถามว่า ตามีเงินจัดงานศพให้ลูกเท่าไหร่ คำตอบที่ได้รับทำให้เจ้าหน้าที่ถึงกับตกใจ เมื่อผู้เป็นพ่อบอกว่า มี 35 บาท ที่กู้ภัยเพิ่งเอามาให้เมื่อกี้
นอกจากนี้ ยังทราบว่าที่ดินที่ครอบครัวพักอาศัยอยู่ก็เป็นที่ดินของผู้อื่น ทำให้หัวหน้ากู้ภัยตัดสินใจไม่ปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป จึงประกาศผ่านเพจของหน่วยกู้ภัย ขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญให้ร่วมกันสมทบทุนจัดงานศพให้นายสิทธิโชค เนื่องจากนายชัยยง ผู้เป็นพ่อไม่มีบัญชีธนาคาร ทางกู้ภัยจึงประสานใช้บัญชีของผู้ใหญ่บ้านในการรับเงินบริจาค ก่อนที่เรื่องราวจะถูกเผยแพร่ต่อออกไป และมีประชาชนจากทั่วประเทศร่วมบริจาคคนละเล็กละน้อย จนสามารถรวบรวมเงินได้เพียงพอสำหรับจัดงานศพ

จากนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยัง วัดโคกสามัคคี ต.โกรกแก้ว อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานศพนายสิทธิโชค พบว่ามีชาวบ้านเดินทางมาร่วมงานจำนวนมาก หลายคนแสดงความเห็นใจต่อครอบครัว และรู้สึกดีใจที่มีผู้ใจบุญจากทั่วประเทศยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

นายวรบดินทร์ กล่าวว่า ขณะนี้ยอดเงินบริจาคมีจำนวนเพียงพอสำหรับจัดงานศพแล้ว จึงเตรียมปิดรับบริจาค โดยเงินส่วนที่เหลือจะถอนออกจากบัญชีผู้ใหญ่บ้าน และนำไปใส่บัญชีของนายชัยยง หลังจากเจ้าตัวไปเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อให้มีเงินเหลือไว้ใช้ดำรงชีวิตต่อไป
เรื่องราวครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นเหตุการณ์สูญเสียของครอบครัวหนึ่ง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงน้ำใจของคนไทย หลังประชาชนจำนวนมากร่วมกันช่วยเหลือครอบครัวผู้สูญเสีย จนสามารถส่งนายสิทธิโชคเป็นครั้งสุดท้ายได้อย่างสมเกียรติ ท่ามกลางคำขอบคุณจากครอบครัวและทีมกู้ภัยถึงผู้ใจบุญทุกคนที่ร่วมส่งต่อความช่วยเหลือในครั้งนี้