วันที่ 26 สิงหาคม 2569 พ.ต.ท.มาโนช ฤทธิพูน สารวัตรสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุพบชายเสียชีวิตภายในรถยนต์ที่จอดอยู่บริเวณช่องทางคู่ขนานถนนสายเอเชีย ขาออก ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 21 ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมตำรวจสายตรวจ ตำรวจชุดสืบสวน แพทย์จากโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า จอดอยู่ริมทาง โดยประตูฝั่งคนขับ ประตูฝั่งผู้โดยสาร และประตูด้านข้างเปิดออก ขณะเดียวกันพบชายวัย 74 ปี ซึ่งเป็นบิดาของผู้เสียชีวิต ยืนอยู่ข้างรถด้วยอาการตกใจและรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
ตรวจสอบภายในรถพบร่าง นายเอ อายุ 45 ปี นามสมมติ นอนอยู่บริเวณเบาะด้านข้างคนขับ ซึ่งปรับเอนในลักษณะคล้ายนอนหลับ สวมเสื้อโปโลสีดำและกางเกงขาสั้นสีเทา จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายตามร่างกาย และภายในรถยังพบเตาอั้งโล่อยู่ด้วย
สอบถามบิดาของผู้เสียชีวิต ให้ข้อมูลว่า ตนปั่นจักรยานออกมาเก็บของเก่าบริเวณริมถนนสายเอเชียเป็นประจำ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมักมีประชาชนนำขยะมาทิ้ง และลูกชายก็ทราบดีว่าตนจะออกมาเก็บของเก่าที่จุดนี้ จนกระทั่งในวันนี้พบว่ารถยนต์ของลูกชายจอดอยู่ริมถนน จึงเข้าไปเปิดดูและพบลูกชายนอนอยู่ภายในรถ
ด้วยความตกใจ ตนจึงรีบเข้าไปพยายามช่วยเหลือลูกชาย โดยขยับร่างไปอยู่บริเวณด้านข้างคนขับ พร้อมนำเตาอั้งโล่ออกจากภายในรถ เนื่องจากเกรงว่าไฟอาจลุกไหม้รถ
บิดาของผู้เสียชีวิตยังเปิดเผยว่า ช่วงเช้าประมาณ 07.00 น. ลูกชายออกจากบ้านเพื่อไปส่งบุตรที่โรงเรียน และได้ฝากบอกไว้ว่า หากวันนี้กลับมาไม่ทันรับลูก ขอให้ตนไปรับแทน แต่ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาพบลูกชายเสียชีวิตในสภาพดังกล่าว
สำหรับผู้เสียชีวิตเพิ่งแยกทางกับภรรยามาประมาณ 2 ปี แต่ทั้งคู่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่า และมีบุตรด้วยกัน 2 คน โดยในวันเกิดเหตุทั้งสองฝ่ายมีนัดหมายกันเพื่อไปเซ็นหย่า อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทั้งคู่ไม่ได้มีปัญหาทะเลาะวิวาทหรือทำร้ายร่างกายกัน จึงไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น
บิดายังระบุด้วยว่า ลูกชายมีปัญหาเกี่ยวกับหนี้สิน และจากพฤติกรรมในช่วงก่อนเกิดเหตุ คาดว่าลูกชายอาจนำรถมาจอดไว้บริเวณจุดเกิดเหตุ เนื่องจากทราบว่าตนจะออกมาเก็บของเก่าที่บริเวณดังกล่าว ก่อนจะเกิดเหตุขึ้น
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนร่วมกับตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจสอบภายในรถและเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียด พร้อมเตรียมเชิญบิดาของผู้เสียชีวิตเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อประกอบการสอบสวนหาสาเหตุของการเสียชีวิต
ส่วนร่างผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่มูลนิธิพุทไธศวรรย์นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม จังหวัดปทุมธานี เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตโดยละเอียด โดยตำรวจจะรอผลการชันสูตร รวมถึงตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ก่อนสรุปสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดต่อไป