เมื่อเวลา 01.51 น. วันที่ 21 ก.พ.2569 ร.ต.อ.ชูลาภ ปลิดดอก รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บ้านแหลม รับแจ้งเหตุมีกลุ่มวัยรุ่นถูกไล่ยิง บริเวณถนนไร้ฝุ่นเลียบคลองชลประทาน ต.ท่าแร้ง อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านแหลม

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณริมถนนสภาพพื้นที่โดยรอบมืดและเปลี่ยว ไม่มีบ้านเรือนประชาชนพักอาศัยในละแวกดังกล่าว พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กทม. สภาพล้มอยู่ริมถนน มีคราบเลือดติดอยู่ที่ตัวรถและมีรอยกระสุนปืนที่บริเวณเฟรมด้านหน้ารถอีก 1 รู
พบหมวกแก๊ปผู้ชาย และรองเท้าแตะ 2 คู่ ตกอยู่ข้างรถ นอกจากนี้ ยังพบปลอกกระสุนปืน ขนาด 11 มม. และ 9 มม. ตกอยู่เกลื่อนพื้นถนน จำนวน 9 ปลอก และหัวกระสุนปืนอีก 2 หัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านแหลม จ.เพชรบุรี ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี สภาพถูกยิงสาหัส โดยแพทย์ได้ทำการรักษาอย่างเร่งด่วน แต่นายเอทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีก 1 ราย อายุ 19 ปี ถูกยิงที่บริเวณขา จากการสอบถาม กลุ่มเพื่อน อายุ 21 ปี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตน พร้อมด้วยผู้เสียชีวิต และผู้บาดเจ็บ รวมถึงเพื่อน ๆ 10 คน เดินทางไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเพชรบุรี ตามปกติ
กระทั่งเวลา 01.45 น. กลุ่มเพื่อน ๆ ได้ชักชวนกันขี่รถจักรยานยนต์เดินทางกลับบ้าน โดยใช้เส้นทางถนนไร้ฝุ่นเลียบคลองชลประทาน ต.ท่าแร้ง เป็นทางผ่าน โดยรถจักรยานยนต์คันแรก มีผู้ตายเป็นผู้ขับขี่ และมีนายจตุพรเป็นคนนั่งซ้อนท้าย ส่วนรถจักรยานยนต์ของกลุ่มเพื่อน ๆ ที่เหลืออีก 4 คัน ได้ขับขี่ตามมาด้านหลังโดยทิ้งระยะห่างพอสมควร
เมื่อผู้ตายขับขี่รถมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นพื้นที่มืดและเปลี่ยว ได้มีรถกระบะสีขาว ยี่ห้ออีซูซุ ไม่ทราบทะเบียน ขับมาประกบด้านข้าง จากนั้นคนที่นั่งมาในรถได้ชักอาวุธปืนออกมากระหน่ำยิงผู้ตายและผู้บาดเจ็บ จากนั้นผู้ก่อเหตุได้วนรถกลับไปเพื่อยิงกลุ่มรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ตามกันมา จนกลุ่มเพื่อน ๆ ต้องทิ้งรถกระโดดหนีตายเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในไร่นาชาวบ้าน และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจขอความช่วยเหลือ

เพื่อนที่ไปด้วยกัน กล่าวต่อว่า สาเหตุน่าจะมาจากเมื่อหลายปีก่อน ผู้ตายเคยไปมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับคู่อริรายหนึ่งในพื้นที่ อ.บ้านแหลม ซึ่งคาดว่าอีกฝั่งยังคับแค้นใจจึงตามมาแก้แค้น นอกจากนี้ ผู้ตายเคยได้รับข้อความจากคู่อริรายดังกล่าว ในลักษณะก่อกวน พูดจาท้าทายอีกด้วย ด้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ และจะเชิญพยานทั้งหมดมาทำการสอบปากคำเพิ่มเติมอย่างละเอียด เพื่อหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป