ประวัติโชกโชน โจรหมวกฟาง บุกร้านทองห้างดังชิงทอง
ข่าวภูมิภาค

ประวัติโชกโชน โจรหมวกฟาง บุกร้านทองห้างดังชิงทอง

วันที่ 20 ก.พ.2569 ภายหลังจากชุดสืบสวนสามารถแกะรอยคนร้ายที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ได้ทองคำน้ำหนัก ประมาณ 198 บาท และเงินสดประมาณ 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายมากกว่า 10 ล้านบาท ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท พื้นที่ของ สน.พระโขนง เมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา

แม้ใช้เวลาเกือบเดือน เพราะคนร้ายหลบหนีอย่างแยบยล เลือกเส้นทางไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และมีการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปทิ้งในคลอง ก่อนจะหลบหนีไปในตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิดอีก

แต่การทำงานของตำรวจยังเดินหน้า ไล่กล้องวงจรปิดทุกจุดอย่างละเอียดและทุกระยะ ทำงานกันอย่างหนัก กระทั่งรู้ตัวคนร้าย อายุ 29 ปี หลังก่อเหตุและหลบหนีไปได้ นายจะลอ มีวิธีการหลบหนีแยบยล ขึ้นทั้งรถแท็กซี่ รถเมล์ ตลอดจนรถจักรยานยนต์ และเลือกหลบหนีไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด ก่อนจะมีการนำรถจักรยานยนต์ของกลางไปทิ้งในคลองประเวศ และหลบหนีไปตามจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิดซ้ำ

จากนั้นนายจะลอ ได้ย้อนกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง ซึ่งเป็นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง อยู่ภายในซอยอุดมสุข 51 ก่อนจะไปนอน 1 คืน พอเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ก็ไปที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) เพื่อซื้อตั๋วรถไฟธรรมดา ปลายทางไปที่เชียงใหม่ พอถึงเชียงใหม่ในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ก็ไปนอนอยู่ที่เชียงใหม่ 1 คืน ก่อนช่วงวันที่ 3 กุมภาพันธ์ ก็ไปกลับบ้านไปที่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย

ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ คนร้ายนัดเพื่อน ไปเจอกันที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ก่อนนำทองทั้งหมดไปให้เพื่อนขายที่ฝั่งพม่า โดยได้เงินก้อนแรกมาแล้ว 200,000 บาท ตั้งแต่วันที่ส่งมอบทอง จากนั้นเพื่อนก็บอกว่า จะเอาทองที่เหลือไปขายอีก ถ้าได้เงินจะนัดมอบเงินให้ในวันที่ 7 มีนาคมนี้ หลังจากนั้นก็แยกย้าย นายจะลอกลับบ้าน ระหว่างนี้ตำรวจพยายามประสาน และสะกดรอยตามนายจะลอ

จนกระทั่งเมื่อวานนี้ตำรวจสามารถเข้าจับกุมตัวได้ที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อ.สรวย จ.เชียงราย โดยเจ้าตัวพยายามต่อสู้ขัดขืน แต่สุดท้ายก็จนมุม ยอมรับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับ ในข้อหา ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มคุ้มครองบุคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใดๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

ส่วนประวัติ นายจะลอ ไม่ธรรมดา มีประวัติก่อเหตุตั้งแต่เป็นเยาวชน มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย ตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ปี จนกระทั่งเมื่อปี 2554-2556 ก่อเหตุลักทรัพย์มาโดยตลอด และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด

กระทั่งปี 2563 นายจะลอ ก่อเหตุยกเค้าบ้านและขโมยทรัพย์สิน ก่อนถูกตำรวจเชียงใหม่เข้าจับกุม ในข้อหาลักทรัพย์ในยามวิกาล ซึ่งจากการตรวจประวัติในช่วงนั้น ๅ เดือน นายจะลอก่อเหตุไปแล้วถึง 13 ครั้ง ก่อนจะติดคุกและถูกปล่อยออกมา แต่นายจะลอกลับไม่สำนึก ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง ล่าสุดที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท พื้นที่ของ สน.พระโขนง

ส่วนกรณี นายจะลอ จะเกี่ยวข้องกับเคส แจ๊คกี้ โจรชิงทองเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2562 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่คนร้ายชื่อแจ็คกี้ก่อเหตุชิงทองคำ น้ำหนักกว่า 200 บาท มูลค่ากว่า 4 ล้านบาท หรือไม่ เจ้าตัวยังปฏิเสธ แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่ออยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ประวัติ โจรหมวกฟาง ชิงทรัพย์ร้านทอง จากการตรวจสอบประวัติการกระทำความผิดของ นายจะลอย พบว่ามีประวัติการกระทำความผิดจำนวน 7 คดี ได้แก่
1.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีอาญาที่ 215/2559 สภ.คลองตัน
2.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ คดีอาญาที่ 1187/2556 สน.คลองตัน
3.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีอาญาที่ 506/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
4.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีอาญาที่ 507/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
5.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีอาญาที่ 508/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
6.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีอาญาที่ 509/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่
7.ความผิดฐาน ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คดีอาญาที่ 510/2563 สภ.สารภี ภ.จว.เชียงใหม่

จากการซักถาม นายจะลอย รับว่า เคยถูกจับมาแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นคดี สน.คลองตัน ต้องโทษจำคุก 2 ปี ส่วนครั้งที่ 2 เป็นคดี สภ.สารภี จ.เชียงใหม่ ต้องโทษจำคุก 5 ปี โดยเพิ่งได้รับการพ้นโทษเมื่อปี 2568 ที่ผ่านมา