ภคมน จี้ วรศิษฎ์ มท.4 ถอนตัวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังโผล่ชื่อลุงถูกกล่าวหา ชี้สังคมกังขาความโปร่งใส
ภคมน จี้ วรศิษฎ์ มท.4 ถอนตัวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังโผล่ชื่อลุงถูกกล่าวหา ชี้สังคมกังขาความโปร่งใส
ข่าวการเมือง

ภคมน จี้ วรศิษฎ์ มท.4 ถอนตัวคดีทุจริตสอบท้องถิ่น หลังโผล่ชื่อลุงถูกกล่าวหา ชี้สังคมกังขาความโปร่งใส

ฟังข่าวนี้

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ออกมาเรียกร้องให้นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ถอนตัวจากกระบวนการตรวจสอบคดีทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังปรากฏชื่อนายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูล ซึ่งเป็นลุงของนายวรศิษฎ์ เป็นหนึ่งในผู้ถูกกล่าวหาในคดีดังกล่าว

คดีทุจริตจัดสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2568 ได้กลายเป็นประเด็นสำคัญระดับประเทศที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากมูลค่าความเสียหายมหาศาล และหลักฐานที่ปรากฏบ่งชี้ถึงเครือข่ายการทุจริตที่เป็นขบวนการ ซึ่งอาจมีทั้งข้าราชการประจำระดับสูงและฝ่ายการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ โดยมีผู้ถูกกล่าวหาจำนวนมากถึง 6,014 คน

น.ส.ภคมน ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและการทำงานอย่างจริงจังของ มท.4 โดยระบุว่า ดิฉันหวังว่าท่านวรศิษฎ์คงไม่ปฏิเสธว่าไม่รู้จัก ไม่สนิทกับคุณลุง แม้วันนี้ต้องให้ความเป็นธรรม ว่าผู้ถูกกล่าวหาในทางกฎหมายยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์และสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงกับ ป.ป.ช. ได้ตามกระบวนการ แต่สังคมจะเชื่อหรือไม่ ว่าคนที่เป็นหลานรับผิดชอบกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ออกหน้าแถลงข่าวกับสาธารณะว่าจะต้องเอาให้ถึงที่สุด การสอบทุจริตเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ จะต้องสาวให้ถึงตอ จะต้องขุดให้ถึงราก วันนี้คนที่ถูกกล่าวหาคือคนใกล้ตัวมาก ๆ คือพี่ชายของบิดา ซึ่งเป็นคุณลุง ท่านจะเชื่อไหมว่าวันนี้ท่านวรศิษฎ์จะขุดให้ถึงตอจริง ๆ

เพื่อความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน น.ส.ภคมน จึงเรียกร้องให้นายวรศิษฎ์แสดงสปิริตถอนตัวออกจากกระบวนการตรวจสอบทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น เนื่องจากสังคมกำลังตั้งคำถามและอาจนำไปสู่การไม่เชื่อถือ หากยังคงอยู่ในหน้าที่ต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อตำแหน่งทางการเมืองของนายวรศิษฎ์ในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งหน้า

น.ส.ภคมน ย้ำว่า ต่อให้ท่านบอกว่าปิดชื่อและถือความผิดเป็นที่ตั้ง อย่าลืมว่าปิดชื่อ นามสกุลยังโผล่ ประชาชนเขาไม่เชื่อ ว่าท่านจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ประชาชนเขาไม่เชื่อ ว่าท่านจะไม่เอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ประชาชนเขาไม่เชื่อค่ะ ว่าท่านมีเจตนาที่จะขุดให้เจอตอ สาวให้ถึงรากจริง ๆ เพราะอะไร เพราะสุดท้ายเหมือนที่ดิฉันบอกว่า ต่อให้เจอตอ ก็เป็นรากเดียวกัน พร้อมเสริมว่าการถอนตัวจะแสดงความบริสุทธิ์ใจและสร้างความเชื่อมั่นว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตในครั้งนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ข่าวที่คุณอาจสนใจ